รู้ทันอาการ 'รถเหินน้ำ' ห้ามเบรกแรงเด็ดขาด! วิธีคุมรถบนถนนเปียกให้รอดอุบัติเหตุ

รู้ทันรถเหินน้ำ ห้ามเบรกแรงเด็ดขาด!

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวขับรถทุกคน! ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ถนนเปียกแฉะ แอ่งน้ำเต็มไปหมด พอขับรถลุยน้ำเข้าไปแล้วล้อลอย รถไถลไปมา ควบคุมไม่อยู่ นี่คืออาการ “รถเหินน้ำ” หรือ Hydroplaning นั่นเอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนในฤดูฝนเลยทีเดียว วันนี้เราจะมารู้ทันอาการนี้กัน ห้ามเบรกแรงเด็ดขาดเด็ดขาด! พร้อมวิธีควบคุมรถให้รอดปลอดภัย และเคล็ดลับป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ตั้งแต่แรก รับรองว่าอ่านจบแล้วขับรถฝนตกได้อย่างมั่นใจขึ้นแน่นอน

อาการรถเหินน้ำเป็นอย่างไร

รถเหินน้ำ คือสถานการณ์ที่หน้ายางรถไม่สามารถสัมผัสพื้นถนนได้โดยตรง เพราะมีชั้นน้ำหนาขวางกั้นอยู่ระหว่างยางกับพื้น ทำให้ยางลอยตัวบนผิวน้ำ รถจึงลื่นไถล สูญเสียการยึดเกาะ และควบคุมทิศทางไม่ได้ สาเหตุหลักเกิดจากการขับด้วยความเร็วสูงผ่านแอ่งน้ำลึก โดยเฉพาะถนนที่มีน้ำขังมาก ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรถเหินน้ำได้ง่ายขึ้น ได้แก่

  • ดอกยางตื้นหรือหมดอายุการใช้งาน ทำให้ไล่น้ำได้ไม่ดี
  • แรงดันลมยางต่ำเกินไป ส่งผลให้ยางแบนติดพื้นน้อย
  • พื้นถนนลื่น เช่น ยางมะตอยเก่า หรือมีน้ำมันปน
  • ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. บนถนนเปียก

อาการที่บ่งบอกว่ารถกำลังรถเหินน้ำ คือ รถสั่นกระเทา พวงมาลัยหนักหรือไม่ตอบสนอง เสียงยางดังแปลกๆ และรถดึงไปทางใดทางหนึ่งโดยไม่มีสาเหตุ ถ้าปล่อยไว้รถอาจหมุนติ้วหรือพุ่งออกนอกเลนได้ อันตรายสุดๆ!

สัญญาณเตือนก่อนเกิดรถเหินน้ำ

เพื่อนๆ ลองสังเกตก่อนนะ ถ้ารถเริ่มสั่นเบาๆ หรือการเลี้ยวตอบสนองช้า ลดความเร็วลงทันที จะช่วยป้องกันได้เยอะเลย

ถ้ารถเหินน้ำแล้ว ต้องขับอย่างไรให้ปลอดภัย

สำคัญที่สุดคือใจเย็น! อย่าตกใจ ห้ามทำสิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง วิธีรับมือรถเหินน้ำที่ถูกต้องมีดังนี้

  1. ห้ามเบรกกะทันหันเด็ดขาด! การเหยียบเบรกแรงจะทำให้ล้อล็อก สูญเสียการยึดเกาะมากขึ้น รถอาจหมุนคว้างได้
  2. จับพวงมาลัยให้มั่น อย่าปล่อยมือ ถ้ารถดึงไปทางซ้ายก็ค่อยๆ บังคับตามทางซ้ายเบาๆ อย่าตีพวงแรง
  3. ค่อยๆ ถอนเท้าออกจากคันเร่ง ให้เครื่องยนต์ช่วยลดความเร็วเอง
  4. แตะเบรกเบาๆ แบบจังหวะๆ ถ้ารถมีระบบ ABS จะช่วยได้ดี

ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าทำตามนี้ หลังจาก 3-5 วินาที ยางจะกลับมายึดเกาะพื้นได้ รถทรงตัวปกติ แต่ถ้าอาการหนัก เปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard) และเลื่อนรถเข้าข้างทางปลอดภัย รอให้ฝนซา

ดูแลยางรถเพื่อป้องกันรถเหินน้ำ

ยางคือหัวใจของความปลอดภัย! ตรวจดอกยางให้ลึกอย่างน้อย 1.6 มม. (ใช้เหรียญ 10 บาทวัดได้ ถ้าขอบเหรียญโผล่=ต้องเปลี่ยน) เช็คแรงดันลมตามคู่มือรถทุกเดือน เปลี่ยนยางหมดอายุ (เช็คจากตัวเลขข้างยาง) และเลือกยางที่มีดอกยางแบบ directional สำหรับฝนตก จะไล่น้ำได้ดีกว่า

ขับรถอย่างไรไม่ให้เกิดอาการรถเหินน้ำ

ป้องกันดีกว่าแก้ ใช่มั้ยล่ะ? นี่คือเคล็ดลับขับรถฝนตกแบบโปร

  • ลดความเร็วลง ไม่เกิน 60-80 กม./ชม. บนถนนเปียก มองทางล่วงหน้าไกลๆ
  • เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า อย่างน้อย 4 วินาที (นับจากไฟท้ายคันหน้า)
  • ปิด Cruise Control ต้องควบคุมความเร็วเองเท่านั้นถึงจะปลอดภัย
  • หลบแอ่งน้ำ ขับเลนกลางถนน เลี่ยงขอบทางที่มีน้ำขัง
  • เปิดไฟหน้าเสมอ ช่วยให้รถคันอื่นเห็นชัด
  • เช็ครถก่อนออกเดินทาง กระจกปัดน้ำฝนทำงานดี น้ำยาล้างกระจกเต็ม ถัง

นอกจากนี้ ถ้าขับรถเก๋งหรือ SUV เลือกยาง all-season ที่มี silica compound จะยึดเกาะถนนเปียกดีกว่าเดิม 30% เลยนะ

สรุปแล้ว รถเหินน้ำ อาจน่ากลัวแต่รับมือได้ถ้ารู้ทันและเตรียมพร้อม ขับช้าๆ ดูแลยางดีๆ ช่วงฝนตก ชีวิตปลอดภัยแน่นอน ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ดู แล้วมาบอกในคอมเมนต์ว่าประสบการณ์ของคุณเป็นยังไงบ้าง ขับรถปลอดภัยทุกทริปนะเพื่อนๆ!

ที่มา – รู้ทันอาการ “รถเหินน้ำ” ห้ามเบรกแรงเด็ดขาด! วิธีคุมรถบนถนนเปียกให้รอดอุบัติเหตุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: