วัยรุ่นฝรั่งเศสส่อคุกสิงคโปร์ หลังอุตริ “เลียหลอด” ตู้ขายน้ำส้มแล้วเก็บที่เดิม กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดียทั่วเอเชีย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบของนักศึกษาวัย 18 ปี ชาวฝรั่งเศส ซึ่งอาจนำไปสู่โทษจำคุกและค่าปรับมหาศาลในประเทศที่กฎหมายเข้มงวดอย่างสิงคโปร์
วัยรุ่นฝรั่งเศสส่อคุกสิงคโปร์ หลังอุตริ “เลียหลอด” ตู้ขายน้ำส้มแล้วเก็บที่เดิม
เหตุการณ์สุดฉาวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าโกลด์ฮิลล์ ชั้น 2 ถนนทอมสัน ในสิงคโปร์ นายดีดิเยร์ กัสปาร์ โอเวน แม็กซิมิเลียน (Didier Gaspard Owen Maximilien) นักศึกษาวัย 18 ปี จาก ESSEC Business School วิทยาเขตสิงคโปร์ ได้ถ่ายคลิปวิดีโอตัวเองเลียหลอดพลาสติกที่หยิบมาจากตู้กดน้ำส้มคั้นสดอัตโนมัติยี่ห้อ iJooz จากนั้นนำหลอดที่เลียแล้วกลับไปเสียบไว้ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงสตอรีอินสตาแกรมของเขา พร้อมแคปชั่นเยาะเย้ยว่า “เมืองนี้ไม่ปลอดภัย” (city is not safe) ซึ่งจุดชนวนความโกรธแค้นจากชาวเน็ตสิงคโปร์อย่างรวดเร็ว คลิปถูกแชร์ต่อในกลุ่มชุมชนและเพจข่าวท้องถิ่น สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง โดยหลายคนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อสุขอนามัยสาธารณะ โดยเฉพาะในยุคโควิดที่ทุกคนตระหนักถึงความสะอาด
ผลกระทบจากการกระทำสุดอุตริ
บริษัท iJooz เจ้าของตู้ขายน้ำส้มต้องเร่งดำเนินการทันที โดยสั่งเปลี่ยนหลอดใหม่ทั้งหมด 500 อันในตู้นั้น รวมถึงทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเครื่องทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสิงคโปร์ได้จับกุมนายแม็กซิมิเลียนและนำตัวขึ้นศาลในข้อหา “ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณะ” (public nuisance) และ “กระทำการคึกคะนองที่ไม่สมควร” (mischief)
- ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ: โทษจำคุกสูงสุด 3 เดือน หรือปรับ 2,000 SGD (ราว 50,800 บาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข้อหาคึกคะนอง: จำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับ หรือทั้งคู่
ศาลนัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ขณะนี้พ่อแม่ของเขาบินตรงจากฝรั่งเศสมาดูแล และโรงเรียน ESSEC ได้เริ่มสอบสวนวินัยนักศึกษาแล้ว โดยมีตัวแทนโรงเรียนประกันตัว
ทำไมสิงคโปร์ถึงเข้มงวดขนาดนี้?
สิงคโปร์เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่มีกฎหมายเคร่งครัดต่อพฤติกรรมสาธารณะ ไม่ว่าจะโยนขยะทิ้ง ถุยน้ำลาย หรือแม้แต่เคี้ยวหมากฝรั่ง ก็มีโทษหนัก เพื่อรักษาความสะอาดและระเบียบสังคม เหตุการณ์วัยรุ่นฝรั่งเศสส่อคุกสิงคโปร์ หลังอุตริ “เลียหลอด” ตู้ขายน้ำส้มแล้วเก็บที่เดิม จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า “กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น” แม้แต่ชาวต่างชาติหรือนักศึกษาก็ตาม
ในมุมมองของผู้เขียน พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่แค่ “แผลง” แต่เป็นการเสี่ยงสุขภาพส่วนรวม โดยเฉพาะหลอดที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งอาจแพร่เชื้อโรคได้ง่าย หากเกิดในไทย เราอาจหัวเราะข้ามวัน แต่ในสิงคโปร์ มันคืออาชญากรรมที่กระทบสังคม
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันในอดีต เช่น ชายจีนเลียชานมไข่มุกในซูเปอร์มาเก็ตสิงคโปร์ ก็โดนโทษหนักเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าสิงคโปร์ปกป้องประชาชนจากความประมาทเลินเล่อของบุคคลอื่นอย่างจริงจัง
บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้คือ อย่าคิดว่าการโพสต์คลิปเพื่อเรียกไลค์จะสนุก เพราะกฎหมายไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดยเฉพาะในต่างแดน คุณควรเคารพกฎและวัฒนธรรมท้องถิ่นเสมอ
คุณคิดเห็นอย่างไรกับพฤติกรรมนี้? และถ้าเกิดในไทยจะเป็นอย่างไร? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ นะครับ!
ที่มา – วัยรุ่นฝรั่งเศสส่อคุกสิงคโปร์ หลังอุตริ “เลียหลอด” ตู้ขายน้ำส้มแล้วเก็บที่เดิม


