วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย 'พลัฏฐ์' จี้รัฐเลิกอัดเม็ดเงินกระตุ้นจับจ่าย หันเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย พลัฏฐ์จี้รัฐเพิ่มผลิตภาพ

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงมุมมองจาก “พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์” อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาเตือนรัฐบาลให้เลิกใช้นโยบายอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นการจับจ่าย แล้วหันมาโฟกัสที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพในระยะยาว

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย: สาเหตุจากอะไร?

ปัจจุบัน ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยบ่นว่าค่าครองชีพแพงขึ้นแบบเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน อาหาร หรือบริการต่างๆ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ยิ่งทำให้ราคาน้ำมันและสินค้านำเข้าพุ่งสูง ซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดวิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย อีกครั้ง ที่ผ่านมา รัฐบาลมักโยนภาระให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดการผ่านนโยบายการเงิน เช่น ลดดอกเบี้ยหรือควบคุมเงินในระบบ แต่พลัฏฐ์ชี้ว่าวิธีนี้แก้ปัญหาได้แค่ชั่วคราว ไม่ยั่งยืน

นโยบายแบบ “Demand driven” ที่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากขึ้น เช่น มอบเงินช่วยเหลือหรือลดภาษี อาจทำให้เงินเฟ้อแฝงตัว เพราะ供給 (Supply) ไม่ทัน需求 (Demand) ผลที่ตามมาคือ ราคาสินค้าสูงขึ้น แม้จะมีมาตรการ补贴 แต่กลับทำให้ต้นทุนในประเทศแพง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวด้วย นักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นเริ่มบ่นว่า “ไทยแพงไป ไม่อยากมาแล้ว” ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยว

พลัฏฐ์ชี้ทางออกจากวิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย

พลัฏฐ์เสนอให้รัฐปรับไปใช้นโยบาย “Supply side” โดยเน้นเพิ่ม “ผลิตภาพ (Productivity)” ในทุกภาคส่วน ทั้งการผลิต บริการ และเกษตรกรรม แทนการพึ่งพาการเงินอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้สินค้าถูกลง กำลังซื้อประชาชนเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างจากจีน: เพิ่มผลิตภาพ ลดราคาสินค้า

มาดูกรณีศึกษาจากจีนกันครับ ที่ผ่านมา ค่าแรงในจีนพุ่งสูง พนักงานจบใหม่ได้เงินเดือนเริ่มต้น 6,000-8,000 หยวน (ราว 30,000-40,000 บาท) สูงกว่าไทยที่ยังติดอยู่ 15,000-20,000 บาทมานาน แต่ที่น่าทึ่งคือ แม้ค่าแรงขึ้น ราคาสินค้าอาหารและบริการกลับถูกลงหรือนิ่ง! เพราะจีนโฟกัสผลิตภาพสูง

  • ขนส่ง: ค่าแท็กซี่ในจีนถูกกว่าไทยมาก รถ EV ราคาถูกลง แข่งขันสูง เรียกรถได้ใน 3 นาที
  • เกษตร: ใช้เทคโนโลยีลดแรงงาน เพิ่มผลผลิต เช่น เลี้ยงหมูแบบ “คอนโด” นำจากไทยมาพัฒนา ควบคุมโรคได้ดี ลดต้นทุน
  • อุตสาหกรรม: สร้างโครงสร้างพื้นฐานดี มี Economies of scale และ scope ทำให้ผลิตถูก กำไรสูง ควบคุม需求เก็งกำไรอย่างอสังหาฯ

ผลคือ เศรษฐกิจจีนขยายตัวแข็งแกร่ง กำลังซื้อประชาชนพุ่ง แม้เงินเฟ้อต่ำ

ไทยควรทำตามจีนอย่างไร?

สำหรับไทย พลัฏฐ์แนะนำให้หน่วยงานเศรษฐกิจและ BOI เร่งยกระดับผลิตภาพ โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ยังล้าหลัง ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น ระบบชลประทานอัจฉริยะ หรือโรงงานอัตโนมัติ นอกจากนี้ ควบคุมราคาพลังงานและลดการผูกขาด เพื่อให้ราคาสินค้าถูกลงจริง

สรุปแล้ว วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย จะไม่ใช่ฝันร้าย ถ้ารัฐฟังคำเตือนจากพลัฏฐ์ หันมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งระบบ คุณล่ะคิดเห็นยังไง? รัฐบาลควรเริ่มจากภาคไหนก่อน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย “พลัฏฐ์” จี้รัฐเลิกอัดเม็ดเงินกระตุ้นจับจ่าย หันเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: