ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 10 ปี กรณี นางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. จังหวัดบุรีรัมย์ หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลวุฒิการศึกษาและประวัติการทำงานที่ระบุไว้ในเอกสารสมัคร ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยคำพิพากษาดังกล่าวมีผลให้ผู้คัดค้านถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา
คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้สมัคร สว. และมาตรฐานความสุจริตในการเลือกตั้ง ศาลฎีกามีประกาศแจ้งคำสั่งเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยเป็นคดีระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในฐานะผู้ร้อง กับนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ในฐานะผู้คัดค้าน ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบว่าการให้ข้อมูลในใบสมัครและเอกสารแนะนำตัวมีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 10 ปี เพราะอะไร
จากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ระบุว่า นางนิ่มนวลสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 13 อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ในใบสมัครได้ระบุวุฒิการศึกษาสูงสุดเป็นระดับปริญญาตรี สาขาเอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ นอกจากนี้ ในข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัครยังระบุว่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันดังกล่าว และเคยรับราชการ
อย่างไรก็ตาม กกต. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติและประวัติของผู้สมัคร ต่อมามีการประสานข้อมูลกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์และโรงเรียนสตึก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการศึกษาและการทำงานของผู้สมัคร
ข้อเท็จจริงด้านวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีหนังสือชี้แจงว่า นางนิ่มนวลสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 วุฒิดังกล่าวมีสถานะเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ไม่ใช่ปริญญาตรีตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร สถาบันการศึกษาเดิมคือวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
ส่วนประวัติการทำงาน โรงเรียนสตึกแจ้งว่า นางนิ่มนวลเคยทำงานเป็นครูอัตราจ้าง สอนวิชาวิทยาศาสตร์และปฏิบัติงานที่โรงเรียนตั้งแต่ปี 2523 ถึงปี 2524 รวมระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยใช้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงในการสมัครเข้าทำงาน ข้อมูลดังกล่าวแตกต่างจากข้อความในเอกสารสมัคร สว. ที่ระบุว่าเคยรับราชการ
ระหว่างการไต่สวน นางนิ่มนวลได้ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการและยอมรับข้อเท็จจริงว่า สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง ซึ่งเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และไม่เคยรับราชการ แต่เคยเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก การยอมรับดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ศาลนำมาประกอบการพิจารณาคดี
ศาลมองการกรอกข้อมูลสมัคร สว. อย่างไร
ศาลฎีกาพิจารณาว่า การระบุวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นวุฒิระดับอนุปริญญา รวมถึงการระบุว่าเคยรับราชการ ทั้งที่เคยทำงานในฐานะครูอัตราจ้าง ถือเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติและคุณสมบัติของผู้สมัคร และอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจสถานะของผู้สมัครแตกต่างไปจากข้อเท็จจริง
ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง และเข้าข่ายการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ศาลจึงอาศัยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ในการมีคำพิพากษา
- ข้อมูลวุฒิการศึกษาที่แจ้งในใบสมัครไม่ตรงกับหลักฐานจากสถาบันการศึกษา
- ผู้สมัครมีวุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญา ไม่ใช่ระดับปริญญาตรี
- ประสบการณ์ทำงานเป็นครูอัตราจ้าง ไม่ใช่การรับราชการ
- ศาลเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือก
- บทลงโทษคือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
ผลของคำพิพากษาต่อผู้สมัครและการเลือกตั้ง
คำพิพากษาในคดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินเกี่ยวกับเอกสารของผู้สมัครรายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกรอกข้อมูลสมัครรับเลือกตั้งอย่างถูกต้อง ผู้สมัครทุกคนควรตรวจสอบวุฒิการศึกษา ตำแหน่งงาน และประสบการณ์ของตนเองให้ชัดเจนก่อนยื่นเอกสาร เพราะรายละเอียดที่ดูเหมือนเป็นเพียงข้อมูลประกอบ อาจมีผลต่อคุณสมบัติและความน่าเชื่อถือในการเลือกตั้งได้
สำหรับประชาชน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างว่าการตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครมีบทบาทสำคัญต่อระบบประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรพิจารณาประวัติของผู้สมัครจากข้อมูลทางราชการและเอกสารที่เชื่อถือได้ ไม่ควรตัดสินใจจากคำแนะนำตัวหรือข้อความประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ผู้สมัครก็ควรให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับระดับวุฒิการศึกษา สถานะการทำงาน หรือถ้อยคำในใบสมัคร ควรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนยื่นเอกสาร
โดยสรุป ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 10 ปี ของนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล หลังพบว่าการระบุวุฒิการศึกษาและประวัติการทำงานในเอกสารสมัคร สว. ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง คดีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกระดับว่า ความถูกต้องของข้อมูลเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด เพราะความคลาดเคลื่อนอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งได้
ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็มจากแหล่งข้อมูลทางการ เพื่อทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และผลทางกฎหมายอย่างรอบด้าน การเลือกตั้งที่สุจริตเริ่มต้นจากข้อมูลที่ถูกต้องของผู้สมัครและการตรวจสอบอย่างรอบคอบของทุกฝ่าย
ที่มา – ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 10 ปี “นิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล” ผู้สมัคร สว.บุรีรัมย์


