กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการพลังงานไทย เมื่อ ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่รัฐบาลมีแผนกู้เงินกว่า 2 แสนล้านบาทเพื่อนำมาแก้ไขปัญหา ศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง โดยมองว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าและอาจสร้างหนี้สาธารณะเกินความจำเป็น ทั้งที่มีทางเลือกอื่นในการจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
มุมมองจากศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง
การที่รัฐบาลมุ่งเป้าไปที่การกู้เงินเพื่อทำโครงการเปลี่ยนหลอดไฟ LED และติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้หน่วยงานรัฐนั้น นายศุภโชติมองว่าไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เขายังระบุชัดเจนว่า ศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง เพราะในความเป็นจริงภาครัฐมีงบประมาณและเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างภาระหนี้เพิ่ม
ทำไมการกู้เงินถึงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด?
นายศุภโชติได้นำเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแทนการกู้เงินมหาศาล ดังนี้:
- ใช้กองทุนอนุรักษ์พลังงาน: ปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ในกองทุนฯ กว่า 17,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำเงินจำนวนนี้มาใช้ในการเปลี่ยนหลอดไฟสาธารณะเป็น LED ได้ทันทีโดยไม่ต้องกู้
- โมเดล ESCO: เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แล้วแบ่งผลประโยชน์จากมูลค่าค่าไฟที่ประหยัดได้ เป็นการลดภาระภาครัฐและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน
ต้นตอของปัญหาและการปฏิรูปที่แท้จริง
หัวใจสำคัญที่รัฐบาลควรหันมาทำ คือการแยกบัญชีค่าไฟสาธารณะให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดการนำภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องมาหมกเม็ดไว้ในบิลค่าไฟของประชาชน นอกจากนี้ นายศุภโชติยังเน้นย้ำว่า การลดค่าไฟฟ้าที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่แค่เรื่องหลอดไฟ แต่ต้องรื้อโครงสร้างพลังงาน ทั้งค่าความพร้อมจ่ายและสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ เพราะหากรัฐบาลยังยึดติดกับวิธีการกู้เงินเพิ่มเพื่อมาแก้ปัญหาปลายเหตุ ก็รังแต่จะผลักภาระหนี้ไปสู่ลูกหลานในภายภาคหน้า
บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องรับฟังข้อเสนอแนะเชิงรุกและมีความรอบคอบในการใช้งบประมาณแผ่นดิน หากรัฐบาลต้องการลดค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างแท้จริง ต้องกล้าตัดสินใจปฏิรูปที่ต้นตอพลังงาน ไม่ใช่พึ่งพาการกู้หนี้มาแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว.
ที่มา – “ศุภโชติ” ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ “ค่าไฟแฝง” จี้รื้อโครงสร้างพลังงาน

