ในยุคที่การทำงานในภาครัฐกำลังเป็นที่สนใจของหลายคน โดยเฉพาะข้าราชการที่อาจพิจารณาลาออกเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ “สมชัย” ชี้ ลาออกราชการต้องยื่นล่วงหน้า 30 วัน หากหยุดไปเฉยๆ ผิดวินัยร้ายแรง นี่คือประเด็นสำคัญที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาให้ความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อช่วยเหลือข้าราชการที่อาจสับสนในขั้นตอนการลาออก
“สมชัย” ชี้ ลาออกราชการต้องยื่นล่วงหน้า 30 วัน หากหยุดไปเฉยๆ ผิดวินัยร้ายแรง
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงกรณีของข้าราชการสาวรายหนึ่งที่ตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เธอยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการลงวันที่ 1 ตุลาคม 2566 โดยขอให้มีผลตั้งแต่วันเดียวกัน ด้วยเหตุผลที่อยากไปประกอบอาชีพอื่น คำถามคือ ทำแบบนี้ได้หรือไม่? นายสมชัยได้อธิบายอย่างละเอียดว่า การลาออกจากราชการมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อย่างเคร่งครัด
ขั้นตอนแรกในการลาออกคือต้องยื่นหนังสือล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่มีผลลาออก เพื่อให้หน่วยงานมีเวลาจัดการรับผิดชอบงานที่ค้างคา ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจบรรจุแต่งตั้งสามารถยับยั้งการลาออกได้ หากเห็นว่าจำเป็นต่อประโยชน์ของทางราชการ โดยไม่เกิน 90 วัน แต่มีข้อยกเว้นสำหรับการลาออกเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งไม่สามารถยับยั้งได้
กรณีลาออกฉุกเฉินและผลกระทบหากไม่ปฏิบัติตาม
หากมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ การยื่นลาออกน้อยกว่า 30 วันก็สามารถทำได้ แต่ต้องแจ้งเหตุผลชัดเจนและได้รับอนุมัติ ในช่วงเวลารอการอนุมัติ ซึ่งอาจยาวนาน ผู้ยื่นลาออกยังคงต้องมาปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ ห้ามหยุดงานไปโดยพลการ หากใช้สิทธิลา สามารถลากิจ ลาพักร้อน หรือลาป่วยได้ตามปกติ แต่ต้องยื่นล่วงหน้าและมีเอกสารยืนยัน หากหยุดงานโดยไม่มีเหตุผลหรือขาดราชการต่อเนื่องเกิน 15 วัน จะถือเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การไล่ออกหรือปลดออกจากราชการทันที
นายสมชัย เน้นย้ำว่า “สมชัย” ชี้ ลาออกราชการต้องยื่นล่วงหน้า 30 วัน หากหยุดไปเฉยๆ ผิดวินัยร้ายแรง เป็นหลักการพื้นฐานที่ข้าราชการทุกคนควรทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและวินัย ตัวอย่างเช่น ในกรณีของข้าราชการสาวรายนี้ หากยื่นลาออกมีผลทันทีโดยไม่รอ 30 วัน อาจถูกมองว่าเป็นการขาดราชการ และหากไม่มาทำงานต่อเนื่อง จะเสี่ยงถูกดำเนินการทางวินัยรุนแรง
นอกจากนี้ การลาออกจากราชการยังเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การรับเงินชดเชยหรือบำเหน็จบำนาญ ซึ่งต้องปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้อง หากลาออกไม่ถูกต้อง อาจสูญเสียสิทธิเหล่านี้ไปด้วย สำหรับข้าราชการที่กำลังวางแผนลาออก แนะนำให้ปรึกษาหน่วยงานของตนเองหรือศึกษาระเบียบ ก.พ. ล่วงหน้า เพื่อให้กระบวนการราบรื่น
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเปลี่ยนงานจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องเคารพกฎระเบียบเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ ตัวนายสมชัยเองเคยมีประสบการณ์ในวงการราชการและการเมืองมาอย่างยาวนาน การชี้แจงครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ข่าวสารเกี่ยวกับข้าราชการลาออกเพื่อลงสมัครเลือกตั้งกำลังเป็นกระแส
เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น เราสามารถสรุปขั้นตอนการลาออกจากราชการได้ดังนี้:
- ยื่นหนังสือลาออก: ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน กำหนดวันที่มีผลชัดเจน
- รออนุมัติ: ยังต้องมาทำงานปกติ สามารถลาต่างๆ ได้ตามสิทธิ
- หลีกเลี่ยงการขาดงาน: หยุดเกิน 15 วัน = ผิดวินัยร้ายแรง
- ข้อยกเว้น: ลาออกเพื่อสมัคร ส.ส. ไม่ต้องรอ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ข้าราชการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ หากคุณเป็นข้าราชการที่กำลังคิดลาออก ลองตรวจสอบขั้นตอนให้ดีก่อนดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง นายสมชัยทิ้งท้ายว่า “ใครที่มาทำงานเป็นข้าราชการสมควรรู้ด้วยตนเองครับ” ซึ่งเป็นคำเตือนที่เจ็บจี๊ดแต่จริงใจ
สุดท้ายนี้ หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับการลาออกจากราชการ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบข้าราชการ สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุด
ที่มา – “สมชัย” ชี้ ลาออกราชการต้องยื่นล่วงหน้า 30 วัน หากหยุดไปเฉยๆ ผิดวินัยร้ายแรง


