“ชลธิชา แจ้งเร็ว” ซัด “รมว.ยุติธรรม” ไร้เดียงสา ปมให้สัมภาษณ์นักโทษจีนเทามั่วเซ็กซ์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพิ่งเคยเจอ ชี้ “ระบบสมเด็จ” มีมานานแล้ว จี้เอาจริงเอาจังปราบให้หมดในระบบราชทัณฑ์
วันที่ 21 พ.ย. 2568 น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าผิดหวังอย่างยิ่งกับ “ความไร้เดียงสา” ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีนภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า “ตั้งแต่รับราชการมาจนเกษียณอายุราชการ เพิ่งเคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้”
ตนเองพยายามจะเห็นใจท่านว่าเพิ่งจะมาเป็นรัฐมนตรีวินาทีสุดท้ายของครม.อนุทิน ท่านอาจจะไม่ได้ทันตั้งตัวว่าเก้าอี้นี้จะหล่นมาใส่ท่าน หรือแม้ว่าท่านอาจจะเป็นรัฐมนตรีในระยะเวลาอันสั้น แต่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีกรมราชทัณฑ์อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรง แต่ท่านจำเป็นต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อเรียนรู้งานในความรับผิดชอบของท่านทั้งหมด ซึ่งต้องรวมถึงงานราชทัณฑ์ ซึ่งถือเป็นปลายน้ำของกระบวนการยุติธรรมด้วย และระบบสมเด็จภายในเรือนจำถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมและโลกโซเชียลมาโดยตลอด ถ้าท่านทำการบ้านอย่างลึกซึ้ง ท่านจะต้องรู้อย่างแน่นอนว่าระบบนี้เป็นปัญหามานานแล้ว
การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สะท้อนให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาสองเดือนในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานยุติธรรมทุกส่วนใต้การบังคับบัญชาของท่านอย่างแท้จริง อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าท่านใช้เวลาสองเดือนที่ผ่านมาเพื่อทำอะไรอยู่กันแน่ ดิฉันเองก็ไม่อยากให้เกิดข้อครหาว่า ท่านมานั่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเพราะเป็นเด็กในสังกัดของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เพื่อคั่นเวลาเคลียร์คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ท่านจึงควรต้องพิสูจน์ตัวเองว่าท่านมีความเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีนี้ ผ่านการทำงานหนักและผลงานที่ชัดเจน
มิหนำซ้ำ สิ่งที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งคือ ท่านรับรู้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว แต่เพิ่งจะออกมาแสดงความตกใจกับเหตุการณ์ และแสดงท่าทีอยากจะรื้อระบบคุกใหม่ทั้งประเทศอีก มันไม่ช้าไปหน่อยหรือ? สำหรับเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบกรมราชทัณฑ์โดยตรง
แม้ตนเองจะเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานของเรือนจำ แต่ก็คาดหวังว่าจะได้เห็นแนวทางนโยบายที่เป็นรูปธรรมของท่านรัฐมนตรีมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่แสดงความตกใจหลังจากผ่านเหตุการณ์มาเกือบสัปดาห์ แล้วรับปากแบบส่ง ๆ ต่อหน้าสื่อมวลชน แต่ไม่มีแผนปฏิรูปที่ชัดเจนว่าท่านจะทำอย่างไร สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขัง หรือที่เรียกกันว่า “ระบบสมเด็จ” ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นกับกรณีผู้ต้องขังจีนเทานี้เป็นกรณีแรก แต่ระบบสมเด็จเป็นปัญหาของระบบราชทัณฑ์ไทยที่มีมาอย่างยาวนานและผู้ต้องขังที่เป็นสมเด็จในเรือนจำก็ไม่ได้มีเพียงแค่ชาวต่างชาติเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ต้องขังคนไทย หรือสัญชาติใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่มีเงิน มีอิทธิพล มีอำนาจเหนือกว่าผู้ต้องขังคนอื่นในเรือนจำ โดยมักจะคอยควบคุมความเป็นอยู่ภายในเรือนจำตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย จนอาจไปถึงระดับของการทุจริตอำนวยความสะดวก เช่น เรื่องอาหารการกิน ยารักษาโรค และจากที่เคยรับทราบข้อมูลมา อาจไปไกลกว่านั้นจนถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้จัดหาและนำสิ่งของอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จากภายนอกเข้าไปยังเรือนจำเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ตนเองและพวกพ้องผู้ต้องขัง ซึ่งต้องจ่ายแพงกว่าที่ขายกันในท้องตลาดหลายเท่าตัว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในเรือนจำและความล้มเหลวในการควบคุมดูแลผู้ต้องขังอย่างชัดเจน
ที่สำคัญคือ เราจะเห็นว่า เวลาเกิดเรื่องฉาวขึ้นในเรือนจำ กระทรวงก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่เรื่อยไป แต่คำถามคือ คนไทยจะสามารถไว้วางใจการ “ตรวจสอบกันเอง” ของกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ได้หรือไม่ เพราะการตรวจสอบพวกพ้องกันเอง จึงไม่แปลกที่เวลาเกิดเรื่องฉาวทีไร ก็ไม่สามารถลบคำครหาของประชาชนได้ ดังนั้น ด้วยความปรารถนาดี หากกระทรวงยุติธรรมต้องการแสดงความจริงใจอย่างแท้จริง ท่านต้องเปิดให้มีกลไกการตรวจสอบที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมด้วย เพื่อความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
ตนเองเห็นว่า เมื่อเกิดกรณีฉาวเช่นนี้ขึ้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้ว คงไม่มีความจำเป็นที่กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม จะปิดตาข้างเดียวทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอีกต่อไป ดิฉันหวังว่าท่านรัฐมนตรีจะเอาจริงเอาจังกับการปราบระบบสมเด็จให้หมดไปจากระบบราชทัณฑ์ในยุคสมัยของท่าน อย่างน้อยท่านจะได้มีผลงานสักหนึ่งชิ้นก่อนสิ้นสุดบทบาทรัฐมนตรี จะได้ยุติข้อครหาว่าท่านเป็นรัฐมนตรีแค่คั่นเวลา และหากท่านจะเอาจริงกับเรื่องนี้ ตนเองก็พร้อมจะสนับสนุน
สส.ชลธิชา ซัด! ระบบสมเด็จ มีนานแล้ว
“ระบบสมเด็จ” ในเรือนจำ: ปัญหาที่ต้องแก้ไข
น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ส.ส.ปทุมธานี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึง ระบบสมเด็จ ที่ยังคงมีอยู่ในเรือนจำไทย โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง
ส.ส.ชลธิชา ยังกล่าวอีกว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานยุติธรรมอย่างแท้จริง และไม่ได้ทำการบ้านอย่างหนักพอที่จะเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในกรมราชทัณฑ์
ระบบสมเด็จในเรือนจำ หมายถึง การที่ผู้ต้องขังบางรายที่มีฐานะร่ำรวย หรือมีอิทธิพล สามารถที่จะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เหนือผู้ต้องขังคนอื่นๆ เช่น การได้รับอาหารที่ดีกว่า การได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีกว่า หรือแม้กระทั่งการได้รับการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจภายในเรือนจำ
ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และยังเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
การที่ ส.ส.ชลธิชา ออกมาพูดถึงปัญหานี้ แสดงให้เห็นว่ายังมีนักการเมืองที่ใส่ใจในปัญหาของประชาชน และพร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หวังว่าการออกมาพูดครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในกรมราชทัณฑ์
การแก้ไข ระบบสมเด็จ ในเรือนจำไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราก็สามารถที่จะสร้างระบบราชทัณฑ์ที่เป็นธรรมและโปร่งใสได้
การเปิดให้มีกลไกการตรวจสอบจากภายนอกเข้ามาร่วมด้วยเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและน่าอยู่สำหรับทุกคน
ที่มา – “สส.ชลธิชา” ซัด “ระบบสมเด็จ” ในเรือนจำมีมานานแล้ว อัด “รมว.ยุติธรรม” ไร้เดียงสา


