“อนุดิษฐ์” จี้รัฐบาลเร่งฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ เอาผิดกัมพูชาลอบวางระเบิดทำทหารไทยสูญเสียขา 5 นาย ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาชัดเจน ดับมโนกระแสข่าวกัมพูชาจ่อใช้โดรนสกัด F-16 ไม่น่าเกิดขึ้นได้
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2568 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บขาซ้ายขาด ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทำให้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนถึงวันนี้ ทหารไทยสูญเสียขาไปแล้วถึง 5 นาย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างที่จะระบุได้ชัดเจนว่า ประเทศไทยเราไม่ได้เป็นคนวางกับระเบิดไว้แน่นอน เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีทหารกัมพูชาไปเหยียบเลยสักคน โดยกัมพูชาจะดูตามพื้นที่ที่เราลาดตระเวนและอาศัยช่วงเวลาที่ไม่มีทหารปฏิบัติภารกิจ แอบเข้ามาวางกับระเบิดไว้ ทำให้ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฟ้องร้องต่อนานาชาติ เพราะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาของฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน และสามารถที่จะเอาเรื่องดังกล่าวขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ผมเชื่อว่ารัฐบาลและกองทัพคงจะมองประเด็นนี้อยู่และก็ไม่น่าจะละเลย อย่างไรก็ตาม ควรสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว”
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชาพยายามจะใช้โดรนมาเพื่อสกัดกั้นการวิ่งขึ้นของเครื่องบิน F-16 ในกรณีที่อาจจะมีการสู้รบกันในอนาคตนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลตรงนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าความเร็วของเครื่องบินรบอย่าง F-16 คงไม่มีใครสามารถบังคับให้โดรนมาเจอกันได้ ทั้งตอนออกตัว หรือจะอยู่กลางอากาศก็ตาม เป็นไปได้ยากมากๆ ขอให้อุ่นใจได้ และไม่ต้องกลัวในเรื่องนี้.
อนุดิษฐ์จี้ รบ. เร่งฟ้อง ICC ดับมโน กัมพูชาใช้โดรนสกัด F-16
จากกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการฟ้องร้องกัมพูชาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียขาไปถึง 5 นายนั้น ได้สร้างความสนใจและเกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องข่าวลือที่ว่ากัมพูชาอาจใช้โดรนในการสกัดกั้นเครื่องบิน F-16 ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน
ความเห็นของ น.อ.อนุดิษฐ์ ที่ว่าเรื่อง **กัมพูชาใช้โดรนสกัด F-16** เป็นไปได้ยากนั้น ช่วยคลายความกังวลให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด
ความเป็นไปได้ที่ กัมพูชาใช้โดรนสกัด F-16
แม้ว่า น.อ.อนุดิษฐ์ จะมองว่าความเป็นไปได้ที่ **กัมพูชาใช้โดรนสกัด F-16** นั้นต่ำมาก แต่การพิจารณาถึงศักยภาพและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ การพัฒนาโดรนในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทั้งในด้านความเร็ว ความคล่องตัว และความสามารถในการบรรทุก ทำให้ไม่สามารถมองข้ามความเป็นไปได้ทั้งหมดได้
ดังนั้น การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน
การที่ น.อ.อนุดิษฐ์ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ถือเป็นการเตือนสติให้ทุกฝ่ายไม่ประมาท และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารและความมั่นคงของประเทศให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ
นอกจากประเด็นเรื่องความมั่นคงแล้ว การที่ น.อ.อนุดิษฐ์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งฟ้องร้องกัมพูชาต่อ ICC ยังเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นการส่งสัญญาณไปยังนานาชาติว่าประเทศไทยจะไม่ยอมรับการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
รัฐบาลควรพิจารณาข้อเรียกร้องนี้อย่างรอบคอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
โดยสรุปแล้ว แม้ว่าความเป็นไปได้ที่ **กัมพูชาใช้โดรนสกัด F-16** จะค่อนข้างต่ำ แต่การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งจำเป็น และการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประเทศก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง การตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องนี้จะมีผลกระทบอย่างมากต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงของชาติ
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และการตัดสินใจต่างๆ ของรัฐบาลจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ที่มา – “อนุดิษฐ์” จี้ รบ. เร่งฟ้อง ICC ดับมโนกระแสกัมพูชาใช้โดรนสกัด F-16 ไม่น่าทำได้


