อะแลสกาอพยพปชช.กว่า 1,600 คนหนีปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง ทำผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย

อะแลสกาอพยพประชาชนหนีพายุหะลอง ดับ 1

ทางการรัฐอะแลสกา เร่งอะแลสกาอพยพประชาชนหนีพายุหะลองกว่า 1,600 คน หลังได้รับผลกระทบจากปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง พัดถล่มหมู่บ้านพื้นเมืองเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และสูญหาย 2 ราย

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ทางการรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการอะแลสกาอพยพประชาชนหนีพายุหะลอง จากหมู่บ้านพื้นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากปลายพายุไต้ฝุ่น “หะลอง” (Halong) หลังจากพายุลูกนี้ได้พัดถล่มพื้นที่ลุ่มต่ำทางตะวันตกของรัฐเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และมีผู้สูญหายอีก 2 รายด้วยกัน

พายุหะลอง ซึ่งอ่อนกำลังลงจากพายุไต้ฝุ่นกลายเป็นพายุโซนร้อนเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน ได้พัดพาน้ำทะเลหนุนสูงเป็นประวัติการณ์เข้าท่วมหมู่บ้านชายฝั่งขนาดเล็ก เช่น คิปนุก และ ควิกกิลลิงกอก ในเขต ยูคอน–คัสโคควิม จนระดับน้ำสูงกว่า 1.8 เมตรจากระดับน้ำทะเลปกติเลยทีเดียว

จากรายงานของกรมทหารผ่านศึกและกิจการทหารรัฐอะแลสการะบุว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ต้องอะแลสกาอพยพประชาชนหนีพายุหะลอง ประมาณ 1,600 คน ถูกส่งตัวไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 13 แห่ง ที่ได้จัดตั้งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้อพยพมากกว่า 300 คน ได้รับการลำเลียงโดยเครื่องบินไปยังเมืองแองเคอเรจ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ภัยพิบัติประมาณ 800 กิโลเมตร เพื่อเข้าพักในอาคารกีฬา Alaska Airlines Center ซึ่งสามารถรองรับผู้คนได้ราว 400 คน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่า ภารกิจนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจการอพยพทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐอะแลสกา โดยมีความหวังว่าจะสามารถย้ายผู้อพยพทั้งหมดไปยังที่พักถาวร เช่น โรงแรม หรือ หอพัก ได้ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ พายุไต้ฝุ่นหะลองได้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และเคยสร้างความเสียหายอย่างหนักในประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะพัดขึ้นเหนือและอ่อนกำลังลงเมื่อเข้าสู่อะแลสกา ทำให้พื้นที่ชายฝั่งหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง และความสูญเสียทางทรัพย์สินจำนวนมหาศาล

อะแลสกาอพยพประชาชนหนีพายุหะลอง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของสภาพอากาศแปรปรวนที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ได้เลือกสถานที่ที่จะเกิด และการเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกชุมชนทั่วโลก การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

นานาชาติต่างยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ อะแลสกาอพยพประชาชนหนีพายุหะลองครั้งนี้ การส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับผู้ที่สูญเสียบ้านเรือนและทรัพย์สิน การให้กำลังใจและเยียวยาจิตใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

นอกจากความช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว การวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งจำเป็น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง การพัฒนาระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างโลกที่ปลอดภัยและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องโลกของเราจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในขณะที่เราส่งกำลังใจและความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในอะแลสกา เราก็ควรตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในชุมชนของเราเอง การเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน และการมีแผนการอพยพที่ชัดเจน สามารถช่วยชีวิตและลดความเสียหายได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

การมีส่วนร่วมในกิจกรรมช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยและการสนับสนุนองค์กรที่ทำงานด้านนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราสามารถสร้างความแตกต่างได้ แม้ว่าเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่เราสามารถเรียนรู้จากมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้

ที่มา – อะแลสกาอพยพปชช.กว่า 1,600 คนหนีปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง ทำผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: