เปิดพฤติการณ์ “จอนนี่ มือปราบ” กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อบิ๊กเต่านำทีมตำรวจ ปปป. บุกจับกุมในคดีสร้างรีสอร์ตรุกที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จังหวัดอุบลราชธานี พบการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้อำนวยการกองช่าง และนายก อบต. ในการปลอมแปลงเอกสารและรับรองข้อความอันเป็นเท็จ คดี เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ นี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอย่างมาก
จากกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปท. นำกำลังเข้าจับกุม จอนนี่มือปราบ หรือนายยุทธพล ศรีสมพงษ์ และ น.ส.จิราพร สีบุระ สองสามีภรรยา ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตภาค 3 ในข้อหาต่างๆ ดังนี้:
- ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ
- และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ โดยมิชอบ
รวมถึงการจับกุมเจ้าหน้าที่อีก 3 ราย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคมไทย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. โดย ด.ต.ยุทธพล หรือ “จอนนี่มือปราบ” และภรรยา เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกออกหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและประกอบกิจการรีสอร์ตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ
จากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า ด.ต.ยุทธพล และภรรยา ได้ร่วมกันซื้อที่ดินในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตป่าไม้ส่วนกลางของนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย และได้ดำเนินการก่อสร้างรีสอร์ต “จอนนี่ มือปราบ” โดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยมีพฤติการณ์ในการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้อำนวยการกองช่าง และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในการปลอมแปลงเอกสารและรับรองข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ในการขอเลขที่บ้าน ขอติดตั้งมิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า และจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับกิจการรีสอร์ต ทั้งที่ทราบดีว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้และไม่มีอำนาจในการออกเอกสารรับรองให้
การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและได้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งหมดจะถูกนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ก่อนเกิดเหตุ มีข้าราชการตำรวจร้องเรียนให้ตรวจสอบว่าดาบจอนนี่ ร่ำรวยผิดปกติ เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา ต่อมา นายอำเภอสิรินธร ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษที่ บก.ปปป. ให้ดำเนินคดีกับนายมิตรชัย ขันคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.คำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร กับพวกรวม 5 คน ซึ่งได้ร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อขอเลขที่บ้าน และนำไปซึ่งการขอน้ำ ไฟ และจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อประกอบกิจการรีสอร์ต จอนนี่ มือปราบ โดยร่วมกันรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ แล้วนำไปยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้นายทะเบียนอำเภอสิรินธรอนุญาตให้เลขที่บ้านใหม่
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ในคดี
จากการตรวจสอบพบว่า ดาบจอนนี่ฯ และนางสาวจิราพร ภรรยา ได้ซื้อที่ดินในพื้นที่ที่ถูกกันไว้ เป็นป่าส่วนกลางในนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย โดยมีนายมิตรชัยฯ ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงชื่อร่วมเป็นพยานในการซื้อขายที่ดินดังกล่าว หลังจากนั้น นางสาวจิราพรฯ ภรรยาของดาบจอนนี่ ในเบื้องต้นได้ยื่นขอใบรับรองสิ่งปลูกสร้าง กับนายมิตรชัยฯ ซึ่งนายมิตรชัยฯ ได้รับรองว่า นางสาวจิราพรฯและดาบจอนนี่ “ได้ปลูกบ้านใหม่ ในที่ดินว่างเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งที่ดินนี้ไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ หรือหน่วยงานของรัฐ” และนายศุภชัย ท้วมสกุล ผู้อำนวยการกองช่าง ได้รับรองการก่อสร้าง โดยมีความเห็นว่าตามกฎหมายแล้วองค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว ไม่มีอำนาจออกหนังสือรับรองให้ แต่นายสมาน อุ่นวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว ได้ทำความเห็นว่าเห็นควรรับรองว่ามีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการรับรองอันเป็นเท็จ
ต่อมา นางสาวจิราพรฯ มอบหมายให้ดาบจอนนี่ ไปขอเลขที่บ้านจากนายทะเบียนอำเภอสิรินธร พฤติการณ์ดังกล่าว จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนาว่ามีการร่วมกันกระทำความผิด ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ จนนำไปสู่ผลประโยชน์อันสูงสุดคือ ดาบจอนนี่ ได้ประกอบกิจการรีสอร์ต เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและได้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย คดี เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ จึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้สังคม
คดี เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ สะท้อนปัญหาการทุจริตเชิงระบบที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในการกระทำผิด สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและผลประโยชน์ของชาติ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ที่มา – เปิดพฤติการณ์ “จอนนี่มือปราบ” คดีรุกนิคม ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทำผิดกฎหมาย



