กองทัพเมียนมาจัดหนักก่อนเลือกตั้งทิ้งระเบิด–ยิงถล่มพื้นที่พลเรือนในเขตสะกายดับเพียบ
สถานการณ์ในเมียนมายังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากกองทัพเมียนมาเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีทางอากาศ โดยมุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตสะกาย ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 ธันวาคมนี้
กองทัพเมียนมาได้ยกระดับปฏิบัติการทางอากาศอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการทิ้งระเบิด การยิงจรวด และการกราดยิงจากอากาศยาน โดยเป้าหมายหลักคือพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายต่อต้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตสะกาย ความพยายามนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยึดคืนพื้นที่ก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
รายงานล่าสุดระบุว่า ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ มีพลเรือนเสียชีวิตหลายสิบรายจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมา การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ได้กล่าวยกย่องกองทัพอากาศในพิธีครบรอบ 78 ปี ที่กรุงเนปิดอว์ โดยชื่นชมความเสียสละและความทุ่มเทของกองทัพในการปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายใน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กองทัพอากาศเมียนมาได้ส่งเครื่องบินขับไล่ 4 ลำ และอากาศยานไจโรคอปเตอร์ 3 ลำ เข้าโจมตีเป้าหมายพลเรือนในเขตคินอู โดยหนึ่งในเป้าหมายคือคลังน้ำมันริมถนนและทางแยกใกล้เคียง การโจมตีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่เลือกหน้าในการโจมตีเป้าหมายพลเรือน
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ระเบิดตกลงบนจุดเก็บถังน้ำมันริมถนน ทำให้เกิดไฟลุกลามไปยังรถยนต์ที่ติดอยู่ในการจราจร บริเวณจุดตรวจมีรถสะสมอยู่จำนวนมาก ทำให้กลายเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์
เหตุการณ์โจมตีดังกล่าวทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย โดยไม่มีรายงานการปะทะกับกลุ่มต่อต้านในพื้นที่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า กองทัพจงใจโจมตีพลเรือนด้วยระเบิด จรวด และปืนกลจากอากาศ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
ก่อนหน้านั้นในวันพุธ เครื่องบินรบของกองทัพเมียนมา 5 ลำ ได้โจมตีท่าเรือ 2 แห่ง ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิระวดี ด้วยการทิ้งระเบิดอย่างน้อย 30 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บ 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือนที่อพยพข้ามแม่น้ำมาจากเมืองซิงกู เขตมัณฑะเลย์ เพื่อหนีการสู้รบ
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในเมืองซิงกูกำลังอพยพจำนวนมาก หลังทหารรัฐบาลเดินหน้าปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายต่อต้านในเขตมัณฑะเลย์ สถานการณ์นี้ทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรง
ในวันเดียวกัน เครื่องบินรบจากฐานทัพอากาศเมืองเมกติลา ได้ทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านเซตอว์ ในเขตเวตเล็ต ทั้งที่ไม่มีการปะทะภาคพื้นดิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมถึงคู่สามีภรรยาสูงอายุวัยกว่า 70 ปี บ้านเรือนและยานพาหนะหลายคันถูกทำลาย
คืนวันพุธ ยังมีรายงานว่า กองทัพอากาศโจมตีโรงพยาบาลชุมชนในเมืองเย-อู จนตัวอาคารได้รับความเสียหาย แม้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ การโจมตีโรงพยาบาลถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
สถานการณ์ความรุนแรงก่อนการเลือกตั้ง
ข้อมูลจากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ระบุว่า นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 กองทัพเมียนมาได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศอย่างน้อย 8,281 ครั้ง โดยจำนวนมากพุ่งเป้าไปยังบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในพื้นที่ฝ่ายต่อต้าน โดยยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอยู่ที่อย่างน้อย 4,470 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์
สถานการณ์ในเมียนมาแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ การโจมตีทางอากาศที่เพิ่มขึ้นโดยกองทัพเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียนมา ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ และความหวังในการคืนสู่ประชาธิปไตย การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของประเทศ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระบวนการนี้เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
ประชาคมโลกจำเป็นต้องให้ความสนใจกับสถานการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด และใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อยุติความรุนแรง และส่งเสริมการเจรจาเพื่อหาทางออกทางการเมืองที่ยั่งยืน
กองทัพเมียนมาจัดหนักก่อนเลือกตั้งทิ้งระเบิด–ยิงถล่มพื้นที่พลเรือนในเขตสะกายดับเพียบ นี่คือโศกนาฏกรรมที่ประชาคมโลกไม่อาจมองข้ามได้
ที่มา – กองทัพเมียนมาจัดหนักก่อนเลือกตั้งทิ้งระเบิด–ยิงถล่มพื้นที่พลเรือนในเขตสะกายดับเพียบ


