วัน: 20 ธันวาคม 2025

ชันสูตรร่าง 2 วีรบุรุษเนิน 350 ก่อนส่งกลับ

นำร่าง 2 กำลังพล “วีรบุรุษเนิน 350” ตรวจชันสูตรที่ รพ.สุรินทร์ ก่อนทำพิธีส่งกลับภูมิลำเนาในวันพรุ่งนี้ ด้านครอบครัว “จ่าเริง” รีบเดินทางมารอรับ บอกดีใจมากที่นำร่างสามีออกมาได้

จากกรณีที่ กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์แนวชายแดน พื้นที่ปราสาทตาควาย บริเวณเนิน 350 ซึ่งหน่วยมีการจัดกำลังเข้ากวาดล้าง จำนวน 3 ที่หมาย ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา ผลการปฏิบัติขั้นต้นสามารถควบคุมได้ 2 ที่หมาย คือ ปราสาทตาควาย และที่รวมพลของทหารกัมพูชา และในทันทีที่เข้ากวาดล้างที่หมายสุดท้าย คือ เนิน 350 ได้ถูกฝ่ายกัมพูชา ตอบโต้อย่างรุนแรง จนทำให้ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 เสียชีวิตขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ และหลังจากที่หน่วยได้พยายามใช้ปฏิบัติการทหารเข้าควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2568 หน่วยจึงสามารถควบคุมพื้นที่เนิน 350 ไว้ได้ และได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ออกจากพื้นที่การรบ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 นาฬิกา ของวันนี้ นั้น

ต่อมา เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ได้นำร่าง จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา วีรบุรุษเนิน 350 ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ที่เสียชีวิตขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ มาชันสูตรพร้อมกับตกแต่งบาดแผล ก่อนจะนำกลับไปไว้ที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน

ขณะเดียวกันครอบครัวของ จ.ส.อ. สำเริง คลังประโคน ก็ได้เดินทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ เข้ามาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดย ภรรยา จ.ส.อ. สำเริง เผยว่า บนบานไว้ว่าขอให้เจอศพและนำออกมาให้ได้ซึ่งก็สำเร็จ ตนดีใจมากที่ได้ร่างสามีออกมาได้

จากนั้น เวลา 18.30 น. รถโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน มารับร่าง จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ไปเก็บไว้ เพื่อในวันพรุ่งนี้ จะมีพิธีกองทหารเกียรติยศ ส่งร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนา ณ ภูมิลำเนาต่อไป โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

นำร่าง 2 วีรบุรุษเนิน 350 ตรวจชันสูตร ก่อนส่งกลับ

การเสียสละของ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ในครั้งนี้ ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพไทย และเป็นความสูญเสียของครอบครัวและคนใกล้ชิด การปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและเสียสละของทั้งสองท่าน จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยตลอดไป

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการชันสูตรร่าง 2 วีรบุรุษเนิน 350

การชันสูตรศพมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และเป็นกระบวนการที่จำเป็นเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว ในกรณีของ วีรบุรุษเนิน 350 การชันสูตรจะช่วยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

นอกจากนี้ การชันสูตรยังอาจนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยและการฝึกอบรมของทหาร เพื่อป้องกันการสูญเสียในอนาคต การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนากองทัพให้มีความพร้อมและสามารถปกป้องประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีส่งร่าง วีรบุรุษเนิน 350 กลับภูมิลำเนาในวันพรุ่งนี้ จะเป็นพิธีที่สมเกียรติและแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญและความเสียสละของทั้งสองท่าน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิต

การจากไปของวีรบุรุษทั้งสองท่านเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของความสามัคคีและความเสียสละเพื่อส่วนรวม การร่วมมือกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดภัย คือสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีของวีรชนผู้กล้าหาญเหล่านี้

ที่มา – นำร่าง 2 กำลังพล “วีรบุรุษเนิน 350” ตรวจชันสูตร ก่อนทำพิธีส่งกลับภูมิลำเนาพรุ่งนี้

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

“ธรรมนัส” ภาคภูมิใจ ไทยทำเต็มที่เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 น้อมรับทุกคำวิจารณ์ นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียนและปรับปรุง เผย หลายประเทศขอบคุณ-ชื่นชม

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ถึงพิธีปิดซีเกมส์วันนี้จะมีความเรียบร้อยหรือไม่ ว่า ตนได้กำชับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนที่ผ่านมาแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นวันที่คนไทยร่วมกันฉลองความสำเร็จภาคการกีฬามาก ในส่วนของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ที่ตนเป็นประธาน ณ เวลานี้ได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าประสบความสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ภาพรวมมีความภาคภูมิใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ แต่คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่ มีข้อผิดพลาดก็ต้องนำเสียงวิจารณ์มาแก้ไข ซึ่งการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองหรือทีมงานทำผิดพลาดถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนำมาถอดบทเรียน ดังนั้น ขอขอบคุณทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และตนจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และจะทำให้ดีที่สุด

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าเราไปอยู่ในสนามแข่งขัน และมอบให้สมาคมกีฬาแต่ละประเภทไปเตรียมความพร้อมภายใต้กรอบงบประมาณที่เราได้รับ ก็จะเห็นบรรยากาศว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เขามาแข่ง เขาก็มีความสุขและชื่นชมว่าเราทำได้ดี ดูแลเขาอย่างดี ตนได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศเขาโทรศัพท์มาขอบคุณ และในวันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปพบประธานสหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก เขาก็ชื่นชมว่าตนทำได้ดี แต่เสียที่คนไทยวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราก็ต้องน้อมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข.

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

จากกระแสข่าวและความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาแสดงความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 พร้อมทั้งน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์และนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จมากที่สุด

ความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทีมงานทุกคนในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 โดยกล่าวว่า “คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความพยายามในการทำให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศที่ได้โทรศัพท์มาขอบคุณและชื่นชมในการจัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จในระดับนานาชาติ

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมายอมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพและความสามารถของประเทศไทยในด้านต่างๆ ทั้งในด้านการกีฬา การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม การจัดการแข่งขันที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 คือการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ที่น่าจดจำ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของประเทศไทย จะเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน และเป็นที่จดจำในระดับนานาชาติ ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยและทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

สุดท้ายนี้ การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพและความสามารถให้โลกได้เห็น มาร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้กันนะครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่เจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน-ปรับปรุง

เปิดภาพ! แม่ทัพภาคที่ 2 ยึดเนิน 350

เปิดภาพนาทีประวัติศาสตร์! “แม่ทัพภาคที่ 2 – ผบ.กกล.สุรนารี” ร่วมบัญชาการรบในภารกิจสุดหินเพื่อยึดและควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง “เนิน 350” โดยเน้นย้ำความรอบคอบและความระมัดระวังสูงสุดในทุกขั้นตอน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ภาพและข้อความประกาศความสำเร็จในการเข้าควบคุมและสถาปนาพื้นที่ “เนิน 350” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใกล้ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ หลังจากที่มีการปะทะอย่างหนักกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

เปิดภาพ! แม่ทัพภาคที่ 2 ยึดเนิน 350

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของการปฏิบัติการครั้งนี้ว่า อยู่ภายใต้การบัญชาการรบร่วมกับ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม และต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ด้วยการลอบวางทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่การรบ ทำให้การเคลื่อนกำลังและการตรวจยึดพื้นที่ต้องดำเนินไปด้วยมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

การยึด “เนิน 350” สำเร็จครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญอย่างยิ่งทางยุทธศาสตร์

สดุดีวีรบุรุษผู้กล้า

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ เมื่อ จ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด ร้อย.อวบ.ร.23 พัน.3 ได้เสียสละชีวิตของตนเองในการปฏิบัติหน้าที่เป็นชุดยิงคุ้มครอง ปกป้องและเปิดทางให้เพื่อนร่วมรบสามารถถอนกำลังได้อย่างปลอดภัยจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 10.10 น. ในระหว่างภารกิจเข้าตีต่อที่หมาย “เนิน 350” ซึ่งฝ่ายตรงข้ามได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนและอาวุธเล็งตรงโจมตีอย่างต่อเนื่อง

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวยกย่องวีรกรรมของทั้งสองนายว่าเป็นแบบอย่างของทหารอาชีพผู้ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย “การเสียสละของทั้งสองนาย คือแบบอย่างของคำว่า ทหารอาชีพผู้ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย”

ปัจจุบัน ร่างของวีรบุรุษทั้งสองนายอยู่ระหว่างการลำเลียงลงสู่พื้นที่ราบ โดยยังคงต้องใช้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่อาจหลงเหลืออยู่

ชัยชนะในการยึด “เนิน 350” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การได้มาซึ่งพื้นที่ แต่เป็นการยืนยันว่าอธิปไตยของชาติไทย ยังคงมีผู้พร้อมที่จะยืนหยัดปกป้องด้วยชีวิต

จ.ส.อ. สำเริง คลังประโคน สังกัด ร.23 พัน.3 และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด ร.23 พัน.3 ชื่อของท่านทั้งสองจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของกองทัพไทย และจะอยู่คู่กับแผ่นดินไทยตลอดไป

การปฏิบัติการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นของทหารไทยในการปกป้องอธิปไตยของชาติ การยึด “เนิน 350” สำเร็จ จึงเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องจารึกไว้

ที่มา – เปิดภาพ แม่ทัพภาคที่ 2 – ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ ภารกิจยึด “เนิน 350”

วันที่ 13 ของการปะทะ: กัมพูชาเสริมที่มั่น

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็น วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ โดยเน้นหนักในพื้นที่สำคัญหลายแห่งตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว

วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ

จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 พบว่า กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ยังคงปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยมีการปะทะกันใน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่:

สถานการณ์ล่าสุด: วันที่ 13 ของการปะทะ

1. พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา: ฝ่ายกัมพูชายังคงมุ่งมั่นในการเสริมความแข็งแกร่งของฐานที่มั่นของตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการเคลื่อนย้ายและติดตั้งปืนใหญ่ รวมถึงเครื่องยิงลูกระเบิดเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติการรบ

2. พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง: สถานการณ์ในพื้นที่นี้ยังคงน่ากังวล ฝ่ายกัมพูชายังคงดำเนินการเสริมความแข็งแรงของที่มั่นอย่างไม่หยุดหย่อน มีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดเข้ามายังที่มั่นของฝ่ายไทยเป็นระยะๆ นอกจากนี้ ยังตรวจพบการเคลื่อนกำลังพลเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าดำเนินกลยุทธ์ในพื้นที่เพื่อหวังผลในการช่วงชิงความได้เปรียบ

3. พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง: ในพื้นที่นี้ ฝ่ายกัมพูชาได้ทำการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดโจมตีที่มั่นของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง ตรวจพบการลำเลียงเสบียง อาวุธ และกระสุนดินดำเข้าสู่ฐานที่มั่นต่างๆ ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการรบที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์โดยรวมยังคงตึงเครียดและมีความผันผวนสูง การกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการยกระดับความรุนแรงในการปะทะเป็นสิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 40 แห่ง เพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง ปัจจุบัน มีประชาชนที่เข้าพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวรวมทั้งสิ้น 16,580 คน ซึ่งได้รับการดูแลและสนับสนุนจากส่วนราชการต่างๆ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีขวัญกำลังใจที่ดี และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

จังหวัดสระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

แม้สถานการณ์ชายแดนจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ความสามัคคีและความเข้มแข็งของคนในชาติจะเป็นพลังสำคัญในการก้าวผ่านอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ไปได้ด้วยดี วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีระบบการป้องกันชายแดนที่มีประสิทธิภาพ การฝึกฝนกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติการ และการมีแผนอพยพประชาชนที่ชัดเจน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัยและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ที่มา – วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ

โปรดเกล้าฯ “พลากร สุวรรณรัฐ” มอบปริญญาบัตร ม.ราม

ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงทุกท่าน! ปีนี้เป็นปีที่น่าจดจำอีกปีหนึ่งของมหาวิทยาลัย เพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการมอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประจำปีการศึกษา 2566-2567

นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่บัณฑิตรามคำแหงได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากผู้แทนพระองค์ ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของการศึกษาและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีบทบาทสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ

โปรดเกล้าฯ “พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ผู้แทนพระองค์มอบปริญญาบัตร ม.รามคำแหง

ตามที่เฟซบุ๊ก PR Ramkhamhaeng University ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวสาร ระบุว่า ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยรามคำแหง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปมอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประจำปีการศึกษา 2566-2567 (รุ่นที่ 50) ระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 3 วัน ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก

สำหรับกำหนดการสำคัญที่บัณฑิตควรรทราบมีดังนี้:

  • วันซ้อมใหญ่: ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ 2569
  • สถานที่รายงานตัว: อาคารกงไกรลาศ (KLB)
  • เวลารายงานตัว: คาบเช้า เวลา 06.00 – 07.00 น. คาบบ่าย เวลา 09.30 – 10.30 น.

สิ่งที่บัณฑิตต้องเตรียมในวันซ้อมใหญ่

สิ่งสำคัญที่บัณฑิตต้องทราบคือ ในวันฝึกซ้อมใหญ่ บัณฑิตจะต้องแต่งกายสวมครุยวิทยฐานะเหมือนวันพิธีจริง และขอเน้นย้ำว่าผู้ไม่เข้ารับการฝึกซ้อมใหญ่จะถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

ส่วนการฝึกซ้อมย่อยนั้น จะเป็นไปตามที่แต่ละคณะ โครงการพิเศษ และสาขาวิทยบริการฯ กำหนดเอง ดังนั้น บัณฑิตควรติดตามข่าวสารจากคณะและสาขาของตนอย่างใกล้ชิด

ความสำคัญของพิธีพระราชทานปริญญาบัตร

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรถือเป็นพิธีที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์สำหรับบัณฑิตทุกคน เป็นวันที่แสดงถึงความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน และเป็นวันที่บัณฑิตได้แสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครู อาจารย์ และสถาบัน การได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากผู้แทนพระองค์ยิ่งเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างสูงสุด

มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีประวัติศาสตร์ยาวนานในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ การที่ “พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ผู้แทนพระองค์มามอบปริญญาบัตรในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัยและคุณภาพของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับบัณฑิตทุกท่าน และขอให้ทุกท่านนำความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติสืบไป

และอย่าลืม! เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงและแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ เพื่อเป็นเกียรติแก่มหาวิทยาลัยและตัวท่านเอง

ขอแสดงความชื่นชมในความสำเร็จ และขอเป็นกำลังใจให้บัณฑิตทุกท่านก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

พิธี โปรดเกล้าฯ “พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ผู้แทนพระองค์มอบปริญญาบัตร ม.รามคำแหง ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นความภาคภูมิใจของชาวรามคำแหงทุกคน

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ผู้แทนพระองค์มอบปริญญาบัตร ม.รามคำแหง

“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

“ธรรมนัส” เปิดบ้านพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-นพ.ภูมินทร์” อดีต สส.เพื่อไทย สู้ศึกเลือกตั้งในภาคอีสาน พร้อม “คุณากร” อดีต สส.ปชป. ด้าน “ไชยา” ปัดเป็นงูเห่า ลั่นตัดสินใจเพื่อชาวอีสาน

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้การต้อนรับ นายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย, นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ, นางสาวนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ, นายคุณากร มั่นนทีรัย เข้าพรรคกล้าธรรม โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตให้ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ด้วยในคราวเดียวกัน

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต้อนรับสมาชิกที่มาเปิดตัวกับพรรคกล้าธรรมวันนี้ ว่า นายไชยา เป็นอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเคารพรัก เมื่อเคยทำงานร่วมกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เห็นฝีไม้ลายมือในการปราบปราม โดยเฉพาะสินค้าเถื่อน สุกรเถื่อน เมื่อเป็นรองประธานสภาฯ ก็คิดว่าคงไม่มีใครปฏิเสธว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจากการรู้จักกันที่ผ่านมา ตนจึงชวนนายไชยามาร่วมอุดมการณ์และสานต่องานสำคัญ อีกทั้งนายไชยายังเป็นผู้ร่วมสร้างงานท้องถิ่นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

ส่วน นพ.ภูมินทร์ และนางสาวนุชนาถ เป็นนักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ ซึ่งศรีสะเกษเองก็เป็นจังหวัดที่พี่น้องประชาชนประกอบอาชีพภาคการเกษตร จึงได้ทั้ง 2 คนมาร่วมอุดมการณ์ สำหรับนายคุณากร อดีต สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากมาร่วมงาน และทราบว่าเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องน้ำของจังหวัดนนทบุรี อีกทั้งผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรีก็ฝากกับตนมาว่า นายคุณากรเป็นคนชอบทำ ไม่ชอบพูด ซึ่งตรงสเปกของตนที่อยากจะนำมาร่วมงาน

เมื่อถามว่าได้บุคคลสำคัญมาช่วยจะทำให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้คือบุคคลที่ทำงานติดดินอยู่กับชาวบ้าน นำโจทย์ของประชาชนมาแก้ปัญหา และตนก็มั่นใจว่าทุกท่านจะกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ ส่วนคำถามว่าจะมีการวางตัวเพื่อหลีกเลี่ยงเขตหาเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า หากทำเช่นนั้นประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในตัวเรา สนามเลือกตั้งคือสนามรบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วรู้ผลก็ต้องมาร่วมงานกันต่อ พร้อมเผยว่ายังมีคนอื่นจะมาร่วมอีก

ทางด้าน นายไชยา กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาทำงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะเห็นนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องภาคการเกษตร ซึ่งตนเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว 9 สมัย อยู่กับเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจลำดับท้ายๆ ของประเทศ ดังนั้นปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่จะต้องได้รับการแก้ไข ที่ผ่านมาภาคอีสานมักจะถูกละเลย ร้อยเอกธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม ในฐานะที่รับผิดชอบในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นนโยบายสำหรับรากหญ้าอย่างแท้จริงที่จะยกระดับประชาชน มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาและเป็นความหวังของเกษตรกรได้ จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม อย่างไรก็ตาม คงต้องอธิบายกับประชาชนในพื้นที่ถึงเหตุผลในการร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อตนเอง แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายไชยา ตอบว่า สู้ได้อยู่แล้ว เคยสู้กันมาหลายยกแล้ว เวทีการเลือกตั้งก็ต้องสู้กัน เป็นนักรบเป็นนักสู้ก็ต้องต่อสู้กัน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นงูเห่า หากจะมากล่าวหาด้วยคำนี้ ทำไมตนเลือกมาที่พรรคกล้าธรรม ทำไมไม่ไปอยู่ในพรรคที่อยู่ในกระแส แต่ที่เลือกพรรคกล้าธรรมเพราะเข้าได้กับทุกฝ่าย จากวันนี้ไปเป็นเรื่องการจับมือในการทำงาน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนวันนี้เราไม่ต้องการความขัดแย้งทางการเมือง ตนเองและพรรคกล้าธรรมสามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้

“อย่าพูดถึงว่าผมเป็นงูเห่าเลยครับ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนภาคอีสาน เวลาผมกลับไปในพื้นที่ชาวบ้านหนองบัวลำภูถามว่าที่รับปากเขาไว้ตอนเป็นรัฐบาล 2 ปีมีอะไรที่ค้างคาใจอยู่ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ตยังทวงถามอยู่เลย เพราะฉะนั้นปัญหาหลายอย่าง เช่น เงินช่วยเหลือเกษตรกร เราเป็นรัฐบาลมา 2 ปียังตอบคำถามไม่ได้”

นายไชยา ยังย้ำด้วยว่า เรื่องนี้จะต้องหาคนแก้ปัญหา เชื่อว่ากระทรวงเกษตรฯ และพรรคกล้าธรรมจะตอบโจทย์เกษตรกร สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน ต่อสู้ทางการเมืองกันอย่างเข้มข้น ซึ่งที่ผ่านมาพรรคการเมืองให้สัญญากับคนอีสานไว้เยอะ ได้รับเสียงจากคนอีสานเป็นกอบเป็นกำ แต่พอเข้ามาสู่การบริหารประเทศมักจะลืมคำที่เคยสัญญาไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคกล้าธรรมได้สัจจะวาจา “ทำจริง ปฏิบัติจริง หวังผลแก้ปัญหาอย่างแท้จริง” จะตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องภาคอีสาน จึงมีความมั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสาน จะต้อนรับคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องเกษตรกร

ทางด้าน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงประเด็นงูเห่า โดยชี้ให้ดูสมาชิกพรรคที่อยู่กันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ก็แสดงว่าเราเป็นงูด้วยกัน การทำงานในครอบครัวตั้งแต่พรรคไทยรักไทยหลายท่านมีบทบาทในการสร้างครอบครัวให้โต ดังนั้นคำว่างูเห่าในครอบครัวกล้าธรรม คงไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเราคงไม่ต้องตั้งคำถามกับนายไชยา เพราะทำพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูมาด้วยกัน โดยความมั่นใจในพื้นที่ภาคอีสาน แม้ตนไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ไม่เคยมีวันหยุด ซึ่งวันที่ 24 ธันวาคมนี้ก็จะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคามด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ภูมินทร์ และนางสาวนุชนาถ เป็น 2 คนในกลุ่ม 8 งูเห่าพรรคเพื่อไทย กลุ่มเดียวกับนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของพรรคภูมิใจไทย แต่กลับมาปรากฏตัวที่พรรคกล้าธรรมในวันนี้ ซึ่งมีรายงานต่อมาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเขตพื้นที่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง.

“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

พรรคกล้าธรรมกับการสู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มั่นใจว่าการเปิดตัวสมาชิกใหม่ครั้งนี้ จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งอีสานที่จะมาถึง ด้วยบุคคลากรที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน เข้าใจปัญหา และพร้อมแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด การเสริมทัพครั้งนี้จึงเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

การที่พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับภาคอีสาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ การดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาของพื้นที่เข้ามา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนโยบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง

นอกจากนี้ การที่นายไชยา พรหมา ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมมีนโยบายที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในภาคอีสานได้อย่างแท้จริง การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

การเลือกตั้งอีสานครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า พรรคกล้าธรรมจะสามารถสร้างผลงานและได้รับการยอมรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด การมีบุคลากรที่แข็งแกร่ง นโยบายที่ชัดเจน และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการเลือกตั้งอีสานที่จะมาถึงนี้ และการรวมตัวของคนเหล่านี้จะส่งผลให้“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน ประสบความสำเร็จได้หรือไม่

ที่มา – “ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ

เตรียมพบกับเทศกาลว่าวนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ อย่าง “Isan International Kite Festival 2025” ที่จะมายกระดับประเพณีการเล่นว่าวพื้นบ้านของชาวอีสานให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นช่วงปลายปีอย่างคึกคัก!

Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดยหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายณรงค์ เหล่าสุวรรณ ประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม คณะกรรมการหอการค้าฯ และภาคเอกชนในจังหวัดเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคามให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในช่วงปลายปี ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมการเล่นว่าวของชาวอีสาน สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครอบครัว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของมหาสารคามในฐานะเมืองแห่งการเรียนรู้อีกด้วย

ภายในงาน Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 ธันวาคม 2568 ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ:

  • ขบวนแห่ว่าวไทยและนานาชาติสุดอลังการ
  • การจัดแสดงว่าวนานาชาติหลากหลายรูปแบบ ทั้งว่าวไทย ว่าวไฟ LED ว่าวเรืองแสง และว่าวอีสาน
  • การสาธิตการทำว่าวแบบดั้งเดิม
  • การแข่งขันว่าวแอกและสนูสุดท้าทาย
  • การแสดงว่าวเรืองแสงยามค่ำคืนสุดตระการตา
  • กิจกรรมด้านอาหารและดนตรีสดตลอดทั้งวัน

ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

นายณรงค์ เหล่าสุวรรณ ประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม ได้กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคามมีศักยภาพที่โดดเด่นในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน รวมถึงทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแก่งเลิงจาน ซึ่งมีภูมิทัศน์ที่สวยงามและเหมาะสมสำหรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ การจัดงาน Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ ณ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดประเพณีการเล่นว่าวพื้นบ้านของชาวอีสานให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล สร้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการจ้างงานในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคามอย่างยั่งยืน

ทำไมต้องไป Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ?

เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงว่าวสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสมผสานวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายและน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการได้ชมว่าวสวยงามตระการตา การเรียนรู้วัฒนธรรมการเล่นว่าวของชาวอีสาน การลิ้มลองอาหารอร่อย การชมการแสดงดนตรีสด และการร่วมกิจกรรมสนุกสนานอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ การเข้าร่วมงาน Isan International Kite Festival 2025 เทศกาลว่าวนานาชาติ ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกด้วย

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงานเทศกาลว่าวนานาชาติ “Isan International Kite Festival 2025” แล้วพบกันที่จังหวัดมหาสารคาม!

ที่มา – เทศกาลว่าวนานาชาติ “Isan International Kite Festival 2025” ยกระดับประเพณีพื้นบ้านสู่สากล

กกต. ประกาศวันออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69

กกต. ออกประกาศวันออกเสียงประชามติ วันเดียวกับวันเลือกตั้ง ยันต้องไปใช้สิทธิ 8 ก.พ. 69 เท่านั้น เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกเสียงประชามติครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กำหนดให้ วันออกเสียงประชามติ ตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ใหม่เป็นการทั่วไป นั่นคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับ กกต. ในการกำหนดวันออกเสียงประชามติ

สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวระบุว่า หากการเลือกตั้ง สส. ใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการออกเสียงประชามติ สามารถกำหนดให้ วันออกเสียงประชามติ และวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันได้ เพื่อความสะดวกและประหยัดงบประมาณ กกต. จึงได้ออกระเบียบรองรับการดำเนินการดังกล่าว ขณะนี้ระเบียบดังกล่าวกำลังรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้

กกต. ประกาศวันออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69

สำนักงาน กกต. ยืนยันว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้จะไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า เนื่องจาก พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ กำหนดให้การออกเสียงประชามติกระทำในวันเดียวกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ดังนั้น ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดหนึ่ง แต่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในอีกจังหวัดหนึ่ง สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาของตนเอง

รายละเอียดการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ

กกต. จะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตให้ประชาชนทราบต่อไป เมื่อระเบียบ กกต. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คาดว่าระยะเวลาในการเปิดระบบให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต จะใกล้เคียงหรือคาบเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตและนอกราชอาณาจักรสำหรับการเลือกตั้ง สส.

  • ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของคุณได้ที่เว็บไซต์ของ กกต.
  • เตรียมหลักฐานที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียน เช่น บัตรประชาชน
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจาก กกต. อย่างใกล้ชิด

การออกเสียงประชามติเป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนทุกคน อย่าลืมไปใช้สิทธิของท่านใน วันออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ

การที่ กกต. กำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. นั้น ถือเป็นแนวทางที่ช่วยประหยัดงบประมาณและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติ และออกมาใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่

ที่มา – กกต. ออกประกาศวันออกเสียงประชามติ วันเดียวกับวันเลือกตั้ง ยันต้องไปใช้สิทธิ 8 ก.พ. 69 เท่านั้น

พรรคประชาชน มั่นใจกวาด 33 สส.กทม. ครบ!

“เลขาฯ ติ่ง” มั่นใจพรรคประชาชนกวาดครบ 33 เขตเลือกตั้งใน กทม. มอง “เท้ง” ยังไม่ปิดโอกาสจับมือ 100%

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงความมั่นใจในกระแสของพรรคประชาชนจะได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ ว่า ตนมั่นใจว่าจะสามารถรักษาพื้นที่ กทม. ได้เป็นอันดับ 1 จากการดูข้อมูลต่างๆ ความนิยมของพรรคประชาชนใน กทม. ก็ยังเป็นอันดับ 1 อยู่ รวมถึงกระบวนการคัดสรรผู้สมัครที่ผ่านมา ทั้งคนใหม่และคนเดิมก็ยังทำงานอย่างมุ่งมั่นได้รับการยอมรับจากประชาชน ซึ่งยังมั่นใจในทั้ง 33 เขตที่น่าจะได้ทั้งหมดในรอบนี้

ส่วนผลโพลที่ความนิยมของพรรคประชาชนลดลงจากการยกมือให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงไม่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาช่วยดึงดูดคะแนน พรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายศรายุทธิ์ ตอบว่า จากผลโพลที่ลดลงหลายคนกังวลว่าจะทำให้เราพ่ายแพ้หรือไม่ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคะแนนที่ลดลงไม่ได้ไปอยู่ฝั่งไหน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ หมายความว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือประมาณ 50 วัน เราสามารถรณรงค์ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และเชื่อว่าประชาชนจะกลับมาให้การยอมรับและความเชื่อมั่นตัดสินใจเลือกพรรคประชาชนของเรา

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีการปะทะกันอยู่ ในขณะที่พรรคประชาชนในอดีตเคยรณรงค์ว่าทหารมีไว้ทำไม แล้วถูกนำมาโจมตีในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำอย่างไร นายศรายุทธิ์ ยอมรับว่าที่ผ่านมาเราถูกโจมตีเรื่องนี้จากหลายทาง ซึ่งเรายังไม่สามารถชี้แจงให้กับประชาชนเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ช่วงเวลาอีกประมาณ 50 วันนี้ ประชาชนจะตื่นตัว จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย เป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และยังเชื่อคะแนนของพรรค แม้ผลโพลจะลดลงเพราะคะแนนไปกองอยู่ที่คนยังไม่ตัดสินใจ

“หมายความว่าเขายังไม่ไปที่ไหน ยังคงรอเราอยู่ว่าเราสามารถชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เพียงใด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนในอดีตที่มีกระแสเบื่อลุง แต่ครั้งนี้มีกระแสรักชาติจากสถานการณ์ชายแดนถือว่าพรรคเสียเปรียบหรือไม่ นายศรายุทธิ์ ระบุ คิดว่ากระแสการเลือกตั้งและสถานการณ์แต่ละครั้งต่างกัน แม้ครั้งนี้ไม่มีกระแสเบื่อลุง แต่ยังมีกระแสความไม่พอใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ มีรัฐบาลมา 2 ปีกว่ามีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 3 ครั้ง ขณะที่สถานการณ์ชายแดนก่อให้เกิดปัญหาต่อประเทศ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สแกมเมอร์ คิดว่าบรรยากาศปัจจุบันประชาชนรู้สึกหมดหวังกับสภาพที่กำลังเผชิญอยู่ ถ้าพรรคประชาชนมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน มีทีมบริหารที่ประชาชนเชื่อมือ เชื่อว่ายังมีโอกาสอยู่ และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกจริงๆ

นายศรายุทธิ์ เผยต่อไปว่า เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมายังมี สว.อยู่ และเมื่อย้อนหลังไป 15 ปี การเลือกตั้งไม่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลตามเสียงของประชาชน ครั้งสุดท้ายคือปี 2554 ที่ประชาชนเลือก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และได้เป็นรัฐบาล แต่หลังจากนั้นผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งสุดท้ายไม่ได้นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล นี่คือโอกาสที่ประชาชนจะรู้สึกว่าครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่เขาจะมีส่วนเลือกอนาคตจริงๆ มั่นใจทีมงานพรรคประชาชนที่ทำงานมาต่อเนื่อง มั่นใจว่านโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชนได้

เมื่อถามถึงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายศรายุทธิ์ เผยว่า คงพูดไม่ได้ หลังมีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ “ผมคิดว่าจะดีกว่าถ้าเราไม่พูด และไม่พูดเรื่องนี้ในการเลือกตั้ง”

ส่วนปัญหาผู้สมัครคนเก่าไม่ได้ไปต่อกับพรรค นายศรายุทธิ์ ระบุว่า ผู้สมัครมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง เช่น เขตบางขุนเทียน อย่าง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีต สส.กทม. ก็ไม่ได้ลงสมัคร สส.เขต พร้อมบอกว่า พรรคมีความเป็นมวลชน ประชาชนสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมมีความเป็นเจ้าของ “ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกแต่ละครั้ง บางเขตอาจมีผู้สมัครเยอะ แต่เราเลือกได้แค่คนเดียว สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่คิดว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพรรคอยู่”

ขณะเดียวกัน นายศรายุทธิ์ ยังยอมรับด้วยว่า พรรคมีความสำคัญกว่าตัวบุคคล ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ แนวทางในการสร้างพรรคของเราคือพรรคเป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ ดังนั้น จะเห็นว่าความนิยมของพรรคจะสูงกว่าความนิยมของตัวบุคคล และคะแนนการเลือกตั้งในแต่ละเขตก็เป็นแบบนั้นในการเลือกตั้งปี 2566 มั่นใจว่าความแข็งแกร่งของพรรคมีมากกว่าตัวบุคคล

ส่วนคำถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีกระแสความนิยมของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เหมือนกับกระแสของนายพิธา ที่มีออร่ามากกว่านั้น นายศรายุทธิ์ เผยว่า ความนิยมของนายพิธา เกิดขึ้น 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ ยังมีเวลาเหลืออีก 7 สัปดาห์ที่จะทำให้มีกระแสความนิยมได้ ซึ่งเชื่อว่าความนิยมของตัวบุคคลก่อนการเลือกตั้ง เกิดจากประชาชนมีความหวังที่มีต่อพรรคและนโยบายของพรรค อยากให้พรรคนี้เป็นรัฐบาล ทำให้คะแนนความนิยมบุคคลเพิ่มตาม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นายณัฐพงษ์จะเจิดจรัสไม่น้อยกว่านายพิธา

สำหรับกรณีที่นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่าหากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนจะไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นการปิดทางจับมือในอนาคตหรือไม่ นายศรายุทธิ์ ตอบว่า ไม่ แต่นายณัฐพงษ์มองความเป็นไปได้ คงไม่ได้หมายความว่าปิดทาง 100% แต่เป็นสิ่งที่ชี้ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ถ้าอยากเห็นพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจะต้องเลือกให้พรรคอันดับ 2 และ 3 ไม่สามารถจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าเนื้อหาที่นายณัฐพงษ์พูดน่าจะหมายถึงแบบนี้มากกว่า เพราะถ้าพรรคประชาชนไม่ชนะเด็ดขาดในโอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาล พรรคอันดับ 2 และ 3 อาจจะจับขั้วกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา.

พรรคประชาชนมั่นใจกวาด 33 สส.กทม. ครบ!

พรรคประชาชนยังคงมุ่งมั่นที่จะได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นจะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ลดลงบ้าง แต่ทางพรรคยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพและนโยบายของตน

ทำไมพรรคประชาชนถึงมั่นใจกวาด 33 สส.กทม. ครบ?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคประชาชนยังคงมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ได้แก่ ฐานเสียงที่แข็งแกร่งในกรุงเทพฯ ทีมผู้สมัครที่มีความสามารถ และนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

  • ฐานเสียงที่แข็งแกร่ง: พรรคประชาชนมีฐานเสียงที่มั่นคงในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ
  • ทีมผู้สมัครที่มีความสามารถ: พรรคได้คัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน
  • นโยบายที่ตอบโจทย์: พรรคได้พัฒนานโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสาธารณสุข ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การที่พรรคประชาชนจะสามารถกวาดที่นั่ง สส. ในกรุงเทพฯ ได้ครบทั้ง 33 เขตหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของกรุงเทพฯ และประเทศไทย เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

พรรคประชาชนยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างสังคมที่เป็นธรรม และการส่งเสริมประชาธิปไตยที่ยั่งยืน หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคประชาชน อย่าลังเลที่จะให้โอกาสพรรคประชาชนได้รับใช้ท่าน

พรรคประชาชนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และพร้อมที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพวกเราทุกคน มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมด้วยการเลือกพรรคประชาชน!

ที่มา – มั่นใจพรรคประชาชนกวาดครบ 33 เก้าอี้ สส.กทม. มอง “เท้ง” ยังไม่ปิดโอกาสจับมือ 100%