สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็น วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ โดยเน้นหนักในพื้นที่สำคัญหลายแห่งตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว
วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ
จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 พบว่า กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ยังคงปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยมีการปะทะกันใน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่:
สถานการณ์ล่าสุด: วันที่ 13 ของการปะทะ
1. พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา: ฝ่ายกัมพูชายังคงมุ่งมั่นในการเสริมความแข็งแกร่งของฐานที่มั่นของตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการเคลื่อนย้ายและติดตั้งปืนใหญ่ รวมถึงเครื่องยิงลูกระเบิดเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติการรบ
2. พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง: สถานการณ์ในพื้นที่นี้ยังคงน่ากังวล ฝ่ายกัมพูชายังคงดำเนินการเสริมความแข็งแรงของที่มั่นอย่างไม่หยุดหย่อน มีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดเข้ามายังที่มั่นของฝ่ายไทยเป็นระยะๆ นอกจากนี้ ยังตรวจพบการเคลื่อนกำลังพลเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าดำเนินกลยุทธ์ในพื้นที่เพื่อหวังผลในการช่วงชิงความได้เปรียบ
3. พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง: ในพื้นที่นี้ ฝ่ายกัมพูชาได้ทำการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดโจมตีที่มั่นของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง ตรวจพบการลำเลียงเสบียง อาวุธ และกระสุนดินดำเข้าสู่ฐานที่มั่นต่างๆ ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการรบที่อาจเกิดขึ้น
สถานการณ์โดยรวมยังคงตึงเครียดและมีความผันผวนสูง การกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการยกระดับความรุนแรงในการปะทะเป็นสิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 40 แห่ง เพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง ปัจจุบัน มีประชาชนที่เข้าพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวรวมทั้งสิ้น 16,580 คน ซึ่งได้รับการดูแลและสนับสนุนจากส่วนราชการต่างๆ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีขวัญกำลังใจที่ดี และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
จังหวัดสระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
แม้สถานการณ์ชายแดนจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ความสามัคคีและความเข้มแข็งของคนในชาติจะเป็นพลังสำคัญในการก้าวผ่านอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ไปได้ด้วยดี วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีระบบการป้องกันชายแดนที่มีประสิทธิภาพ การฝึกฝนกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติการ และการมีแผนอพยพประชาชนที่ชัดเจน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัยและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ที่มา – วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะ


