กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงราชการไทย เมื่อมีการสืบพบการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประจำปี 2569 ซึ่งงานนี้ตำรวจ สน.สามเสน กำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ. ให้ถึงที่สุด หลังจากเกิดเหตุการณ์พบผู้ต้องหาวัย 57 ปี รับจ้างเข้าสอบแทนผู้สมัครวัย 28 ปี ณ สนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ.
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่คุมสอบเกิดข้อสงสัยในตัวผู้เข้าสอบรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าหน้าตาเปลี่ยนไปเพราะอาการป่วยจากโรคมะเร็งและผ่านการทำคีโมมา แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยการเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ปรากฏว่าลายนิ้วมือไม่ตรงกัน ทำให้ความแตกและนำไปสู่การจับกุมในที่สุด ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ. รวมถึงขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด
การขยายผลคดีทุจริตสอบ ปภ. มีผลกระทบอย่างไร?
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยผู้สมัครตัวจริงอาจต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง นอกเหนือจากการถูกตัดสิทธิ์สอบอย่างถาวรแล้ว ยังต้องรับโทษทางอาญาฐานเป็นผู้ใช้หรือร่วมกันกระทำผิดอีกด้วย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกำลังวางแผนเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ครอบคลุมทุกมิติ
- ผู้จ้างสอบเข้าข่ายความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด
- ผู้รับจ้างสอบถูกดำเนินคดีแจ้งความเท็จและใช้บัตรประชาชนผู้อื่น
- กระบวนการสอบคัดเลือกต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
หลายคนมองว่าเหตุการณ์นี้คือบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ที่คิดหาทางลัดในการเข้าสู่ตำแหน่งราชการ ข้าราชการคือความเชื่อมั่นของประชาชน การคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราต้องรอดูผลสรุปจากตำรวจว่าจะจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นต่อไป
ที่มา – เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ.


