'เลขาธิการ กกต.' ชี้ปัญหาอยู่ที่คน แม้เปลี่ยนกฎหมายแต่คนหน้าเดิม บ้านเมืองไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน ไม่เปลี่ยนบ้านเมือง

ในวงการการเมืองไทย เรามักได้ยินเสียงวิจารณ์เรื่องการเลือกตั้งและบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่เสมอ ล่าสุด เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน โดยตรง โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เปิดใจในงานสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 1 เรื่องการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ที่โรงแรมทรี ซิกตี้ไฟว์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ว่า แม้จะเปลี่ยนกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ถ้าคนที่เกี่ยวข้องยังเป็นหน้าเดิม บ้านเมืองก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน

นายแสวง บุญมี กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า สังคมไทยมักวิจารณ์ กกต. หนักหน่วง โดยเฉพาะหลังผลการเลือกตั้งที่ไม่ถูกใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หลายคนเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กรอิสระอย่าง กกต. บางครั้งยังยกเป็นเงื่อนไขในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่านชี้ว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างหรือกฎเกณฑ์ แต่คือ “คน” ที่ยังวนเวียนอยู่ในระบบเดิมๆ

ท่านเคยมีประสบการณ์เป็นหัวหน้าทีมร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ยอดเยี่ยม แต่ต่อมารัฐธรรมนูญ 2560 ก็ถูกออกแบบมาเพื่อปราบปรามการทุจริต (ปราบโกง) ทว่า ดัชนีคอร์รัปชันของไทยยังคงอยู่ในอันดับท้ายๆ ของโลก การเมืองไม่ก้าวหน้า คอร์รัปชันยังคงมีอยู่ สาเหตุหลักเพราะคนที่มาจดทะเบียนพรรคการเมือง ผู้สมัครเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ 100% แม้กฎหมายจะเปลี่ยน แต่ชุดความรู้และพฤติกรรมยังคงเดิม

เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน: 3 องค์ประกอบสำคัญ

เลขาธิการ กกต. ย้ำชัดว่า เพื่อให้การเลือกตั้งดีขึ้น ต้องมี 3 อย่างพร้อมกัน คือ

  • ผู้เล่นดี: นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องมีจริยธรรม สุจริต ไม่ทุจริต
  • ผู้เลือกดี: ประชาชนต้องใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างมีสติ ไม่ถูกหลอกลวงหรือซื้อสิทธิ์ขายเสียง
  • กรรมการดี: กกต. ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่ลำเอียงฝ่ายใด

หากทั้งสามอย่างนี้ดี บ้านเมืองก็จะไปได้สู่ทางที่ดี ท่านเข้าใจดีว่าประชาชนคาดหวังสูงกับ กกต. และ กกต. ก็พยายามตอบสนอง แต่มีข้อจำกัดคือต้องยึดตามกฎหมายและกติกาที่เป็นธรรม ไม่สามารถเอื้อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ มิเช่นนั้นระบบจะพังทลาย

มุมมองนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมา เรามักโทษกฎหมายหรือองค์กร แต่ลืมมองที่ตัวบุคคลและวัฒนธรรมการเมืองที่ฝังรากลึก เช่น การซื้อเสียง การทุจริตเลือกตั้ง หรือการเมืองแบบอุปถัมภ์ที่ยังคงอยู่ หากไม่เปลี่ยน “คน” จริงๆ การปฏิรูปใดๆ ก็ไร้ผล

นอกจากนี้ ในงานสัมมนาครั้งนี้ยังมีการพูดถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพฯ และพัทยา ซึ่ง กกต. ต้องจัดการให้โปร่งใสและยุติธรรม ท่ามกลางแรงกดดันจากทุกฝ่าย เลขาธิการ กกต. ยังชี้ว่า นักการเมืองมักอ้างชื่อประชาชนเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง แม้จะชนะเลือกตั้งหรือผ่านประชามติ แต่สุดท้ายต้องยึดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง

การวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่า ดัชนีความโปร่งใสสากล (CPI) ของไทยยังต่ำ สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังแน่น หากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มจาก教育ประชาชนให้รู้สิทธิ์ รู้กฎหมาย และส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองใหม่ นอกจากนี้ องค์กรอิสระอย่าง กกต. ก็ต้องปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัย เช่น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

สุดท้าย เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน เป็นคำเตือนที่ควรค่าแก่การไตร่ตรอง หากเราต้องการบ้านเมืองที่ดีกว่านี้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่รอให้กฎหมายหรือองค์กรแก้ปัญหาให้เพียงอย่างเดียว คุณเห็นด้วยกับมุมมองนี้หรือไม่? ลองมาแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “เลขาธิการ กกต.” ชี้ปัญหาอยู่ที่คน แม้เปลี่ยนกฎหมายแต่คนหน้าเดิม บ้านเมืองไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: