ในสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายมากมาย เอกชนจี้รัฐเร่งฟื้น “ภาคเกษตร” ชี้เป็นจุดตายเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ภาคเอกชนตะโกนดัง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลงมือแก้ไขอย่างเร่งด่วน ภาคเกษตรซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศ มีประชากรเกี่ยวข้องกว่า 30 ล้านคน และแรงงานถึง 11 ล้านคน หากปล่อยให้อ่อนแอต่อไป จะกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหาร
เอกชนจี้รัฐเร่งฟื้น “ภาคเกษตร” ชี้เป็นจุดตายเศรษฐกิจ
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยหลังการประชุมหารือระหว่างภาครัฐและเอกชนว่า หอการค้าฯ ยื่นข้อเสนอสำคัญต่อรัฐบาล โดยให้การปฏิรูปภาคเกษตรเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ
นายพจน์ย้ำชัดว่ารัฐบาลต้องเร่งรัดแก้ปัญหานี้ เพราะหากภาคเกษตรไม่แข็งแกร่ง จะกลายเป็นจุดตายของเศรษฐกิจไทยแน่นอน ปัญหาหลักที่พบคือต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตต่ำ เกษตรกรขาดทุนต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินและย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่ สร้างแรงกดดันต่อระบบสังคม
ข้อเสนอหลักเพื่อฟื้นฟูภาคเกษตร
- บริหารจัดการสินค้าทางการเกษตรให้ต้นทุนต่ำ ลดภาระเกษตรกร
- กำหนดราคาตลาดที่เป็นธรรม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้พอเลี้ยงชีพ
- พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การเกษตรแม่นยำ ระบบชลประทานสมัยใหม่
- ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร สร้างอำนาจต่อรองในตลาด
- ปรับโครงสร้างหนี้สินและให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังผลักดันให้รัฐบาลยก การปราบคอร์รัปชัน เป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจัง เพราะคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคใหญ่ในการพัฒนา ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน และบ่อนทำลายงบประมาณที่ควรไปสู่โครงการฟื้นฟูภาคเกษตร
การประชุมครั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี นายกรัฐมนตรีเปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะหอการค้า สภาธุรกิจ สมาคมธนาคาร หรือบริษัทเอกชนใหญ่ ทุกภาคส่วนร่วมเสนอแนวทางเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า
ทำไมภาคเกษตรถึงเป็นจุดตายเศรษฐกิจไทย?
ภาคเกษตรไทยเคยเป็นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่ปัจจุบันเผชิญปัญหาโลกร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม การแข่งขันจากต่างประเทศ และนโยบายที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้ GDP จากภาคเกษตรลดลงเหลือเพียง 8-10% แต่กลับจ้างงานกว่า 30% ของประชากร หากไม่ฟื้นฟู จะเกิดวิกฤตว่างงาน ราคาอาหารพุ่ง และความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น
ตัวอย่างเช่น ยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง ที่เคยเป็นสินค้าหลัก แต่เกษตรกรขาดทุนหนักจากราคาตกต่ำและต้นทุนปุ๋ย-น้ำมันแพง รัฐต้องมีนโยบายระยะยาว เช่น สร้างตลาดออนไลน์เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง ลดพ่อค้าคนกลาง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเกษตร เช่น เขื่อน อ่างเก็บน้ำ และระบบน้ำอัจฉริยะ จะช่วยเพิ่มผลผลิต 20-30% และลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ การฝึกอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่ให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น โดรนตรวจสอบพืชผล หรือ AI พยากรณ์อากาศ จะเปลี่ยนโฉมหน้าภาคเกษตรให้ทันสมัย
สำหรับการปราบคอร์รัปชัน ภาคเอกชนเสนอให้ตั้งหน่วยงานอิสระตรวจสอบโครงการรัฐทุกโครงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเกษตร เพื่อให้เงินถึงประชาชนตัวจริง ไม่รั่วไหล
สุดท้าย เอกชนจี้รัฐเร่งฟื้น “ภาคเกษตร” ชี้เป็นจุดตายเศรษฐกิจ เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน หากรัฐบาลลงมือจริงจัง ไทยจะมีเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และแข็งแกร่งต่อวิกฤต คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เพื่อร่วมผลักดันนโยบายที่ดีต่อเกษตรกรไทย
ที่มา – เอกชนจี้รัฐเร่งฟื้น “ภาคเกษตร” ชี้เป็นจุดตายเศรษฐกิจ


