'กองทัพภาคที่ 1' เผย 'กัมพูชา' ใช้ปืนเล็ก AK-47 ยิงมา 30 นัด ก่อนถูกไทยโต้กลับ

กองทัพภาคที่ 1 เผย กัมพูชายิง AK-47 ก่อนถูกโต้ตอบ

กรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจังหวัดสระแก้ว กองทัพภาคที่ 1 ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มใช้อาวุธก่อน ด้วยการยิงปืนเล็กยาว AK-47 จำนวนประมาณ 30 นัด ก่อนที่ฝ่ายไทยจะทำการตอบโต้เพื่อระงับสถานการณ์

จากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊กของกองทัพภาคที่ 1 ได้ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ จต.ส.34-35 บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดังนี้:

  • เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.10 น. ได้เกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงมาจากฝั่งกัมพูชา
  • คาดการณ์ว่าอาวุธที่ใช้คือปืนเล็กยาว AK-47 จำนวนประมาณ 30 นัด
  • กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ของไทยได้ทำการยิงเตือน และตอบโต้เหตุการณ์
  • การปะทะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง
  • ไม่มีรายงานความสูญเสียของฝ่ายไทย

กองทัพภาคที่ 1 เน้นย้ำว่า การตอบโต้ของฝ่ายไทยเป็นไปตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด โดยเป็นการใช้มาตรการตอบโต้เมื่อสถานการณ์มีความจำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตและรักษาอธิปไตยของชาติ การใช้อาวุธตอบโต้เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยกำลังพลได้ยิงตอบโต้ไปยังทิศทางที่ฝ่ายตรงข้ามยิงมา ด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อพลเรือน และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด การตอบโต้ได้ยุติลงทันทีเมื่อภัยคุกคามจากฝั่งตรงข้ามสิ้นสุดลง

กองทัพภาคที่ 1 เผย กัมพูชายิง AK-47 ก่อนถูกโต้ตอบ

รายละเอียดเพิ่มเติมจากกองทัพภาคที่ 1 เกี่ยวกับเหตุการณ์

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน แม้ว่าจะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็เป็นสัญญาณที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด กองทัพภาคที่ 1 ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน

สถานการณ์ล่าสุดยังคงต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเจรจาและประสานงานระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

ความโปร่งใสในการรายงานเหตุการณ์ของกองทัพภาคที่ 1 เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยลดความเข้าใจผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นอกจากนี้ การเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจ และลดความขัดแย้ง การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการค้าขายชายแดน สามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และลดโอกาสในการเกิดความขัดแย้งได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่ง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาว

ที่มา – “กองทัพภาคที่ 1” เผย “กัมพูชา” ใช้ปืนเล็ก AK-47 ยิงมา 30 นัด ก่อนถูกไทยโต้กลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: