เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีที่ถือเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในเรื่องที่ ครม. เห็นชอบ “อิรัก” เปิดสถานทูตประจำไทย ยกระดับความร่วมมือการค้าและพลังงาน อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ เพราะการเปิดสถานเอกอัครราชทูตครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูบานใหญ่สู่โอกาสทางเศรษฐกิจและพลังงานในอนาคต
ครม. เห็นชอบ “อิรัก” เปิดสถานทูตประจำไทย ยกระดับความร่วมมือการค้าและพลังงาน
การที่รัฐบาลอิรักตัดสินใจกลับมาเปิดสถานทูตในประเทศไทยอีกครั้งในช่วงเวลาที่ครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมมากครับ เพราะด้วยเสถียรภาพภายในของประเทศอิรักที่มั่นคงขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและรัฐบาลเริ่มฟื้นตัว การตัดสินใจที่ ครม. เห็นชอบ “อิรัก” เปิดสถานทูตประจำไทย ยกระดับความร่วมมือการค้าและพลังงาน ในครั้งนี้ จะช่วยให้ไทยเราสามารถประสานงานกับทางอิรักได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ประโยชน์มหาศาลจากการยกระดับความสัมพันธ์
ถามว่าเรื่องนี้ส่งผลดีอย่างไรบ้าง? เรามาดูประเด็นสำคัญที่น่าสนใจกันครับ:
- ด้านพลังงาน: อิรักเป็นมหาอำนาจด้านน้ำมันอันดับ 4 ของโลก การมีสถานทูตจะช่วยให้ไทยสามารถเจรจาและร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงานได้สะดวกขึ้น
- ด้านการค้าและเกษตรกรรม: อิรักเป็นตลาดส่งออกข้าวรายใหญ่ของไทย การมาตั้งสถานทูตจะช่วยขยายช่องทางการส่งออกสินค้าไทยให้ไปถึงมือคนอิรักได้ง่ายขึ้น
- ด้านการท่องเที่ยวและการบริการ: ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวอิรักนิยมเดินทางมาไทยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การมีสถานทูตจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่าและดูแลคนชาติตนเองได้ดีขึ้น
ส่วนตัวผมมองว่าการตัดสินใจจาก ครม. เห็นชอบ “อิรัก” เปิดสถานทูตประจำไทย ยกระดับความร่วมมือการค้าและพลังงาน ในครั้งนี้ เป็นเหมือนการเติมเต็มจิ๊กซอว์ทางเศรษฐกิจในตะวันออกกลางที่ไทยเราควรให้ความสำคัญ สำหรับใครที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับส่งออกหรือพลังงาน นี่คือนาทีทองที่คุณควรเริ่มศึกษาตลาดอิรักให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ เพราะโอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ หากสองประเทศผูกพันกันแน่นแฟ้นขนาดนี้ อนาคตเราอาจจะได้เห็นการลงทุนข้ามชาติที่คึกคักกว่าเดิมแน่นอน
ที่มา – ครม. เห็นชอบ “อิรัก” เปิดสถานทูตประจำไทย ยกระดับความร่วมมือการค้าและพลังงาน


