วงการการเมืองไทยไม่เคยเงียบเหงา ล่าสุดมีดราม่าร้อนแรงจาก “คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า” ที่ทำเอาชาวโซเชียลสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนอย่างนายคำพอง เทพาคำ ได้โพสต์แฉเบื้องหลังขบวนการซื้อตัว ส.ส. หรือที่เรียกกันติดปากว่า “งูเห่า” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพรรคการเมืองไทย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 (บางแหล่งระบุ 2569 แต่เชื่อว่าเป็นปี 2567) นายคำพองเล่าว่าตลอดการทำหน้าที่ ส.ส. 2 สมัย เขาถูกติดต่อเสนอเงินเพื่อย้ายพรรคถึง 7 ครั้งด้วยกัน แต่ละครั้งยอดเงินพุ่งสูงแบบไม่น่าเชื่อ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยการต่อรองด้วยผลประโยชน์
“คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า”
รายละเอียดที่นายคำพองแฉออกมานั้นน่าตกใจสุดๆ เริ่มจากครั้งแรกที่ถูกเสนอเงิน 3 ล้านบาท ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 30 ล้านบาท แถมยังมีเงินเดือนรายเดือนอีก 2 แสนบาท พ่วงตำแหน่ง “ขุนพลอีสาน” โดยมีการบุกไปเจรจาถึงบ้านพักที่ จ.อุบลราชธานี เลยทีเดียว ครั้งต่อๆ มาก็ยิ่งหนักหน่วง มีข้อเสนอ 20 ล้าน, 40 ล้าน และ 30 ล้านบาทตามลำดับ
จุดพีคของข้อเสนอเงินก้อนโต
ครั้งที่ห้าเสนอ 30 ล้านบาท โดยให้ไปรับเงินที่ราบ 11 มีรถตู้มารับไป ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการโหวตประธานสภาและโหวต พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นความเข้มข้นยังไม่จบ หลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ มีข้อเสนอพุ่งสูงถึง 80 ล้านบาท พร้อมรถหรูป้ายแดง 1 คัน และล่าสุดหลังการยุบพรรคก้าวไกล ก็มีข้อเสนอ “15 กิโล” ซึ่งคาดว่าแปลว่า 15 ล้านบาท
การติดต่อแต่ละครั้งมักผ่านคนรู้จัก เพื่อนร่วมงานเก่า หรือบางครั้งโดยตรง ทำให้ดูเป็นระบบมากกว่าการเจรจาสุ่มๆ นายคำพองยืนยันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เรื่องแต่ง และทิ้งท้ายด้วยคำดุเดือด “มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว” คำนี้กลายเป็นไวรัลทันที ชาวเน็ตต่างคาดเดาว่า “บักยอดชั่ว” หมายถึงบุคคลลึกลับคนไหนในวงการการเมือง
- ครั้งที่ 1: 3 ล้านบาท
- ครั้งที่ 2: 30 ล้านบาท + เงินเดือน 2 แสน/เดือน + ตำแหน่งขุนพลอีสาน
- ครั้งที่ 3-4: 20 ล้าน และ 40 ล้านบาท
- ครั้งที่ 5: 30 ล้านบาท ก่อนโหวตสำคัญ
- ครั้งที่ 6: 80 ล้านบาท + รถหรู หลังยุบอนาคตใหม่
- ครั้งที่ 7: 15 ล้านบาท หลังยุบก้าวไกล
ปรากฏการณ์ “งูเห่า” หรือ ส.ส.ที่ย้ายพรรคแลกผลประโยชน์ เป็นปัญหาคลาสสิกของการเมืองไทย มักเกิดก่อนการโหวตสำคัญหรือยุบพรรค สร้างความเสียหายให้กับหลักการประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประชาชน การแฉครั้งนี้ของคำพองไม่เพียงเปิดโปงระบบ แต่ยังจุดประกายให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในสภา
จากประสบการณ์ของอดีต ส.ส. คนนี้ เห็นได้ชัดว่าการเมืองไทยยังต้องการการปฏิรูประบบป้องกันการซื้อตัว ส.ส. เช่น การเพิ่มบทลงโทษหนักขึ้น หรือระบบเลือกตั้งที่ทำให้พรรคมีเสถียรภาพมากกว่า นอกจากนี้ คำว่า “บักยอดชั่ว” ซึ่งเป็นภาษาอีสานด่าที่รุนแรง แสดงถึงความเกลียดชังต่อพฤติกรรมนี้อย่างมาก
ในมุมมองของผู้เขียน การแฉแบบ “คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า” เป็นสัญญาณดีที่นักการเมืองรุ่นใหม่กล้าพูดความจริง แม้จะเสี่ยง แต่จะช่วยผลักดันให้การเมืองสะอาดขึ้นได้ หากประชาชนรวมพลังกดดัน
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? “บักยอดชั่ว” คือใคร? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนรับรู้เบื้องหลังการเมืองไทย!


