รง. เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ เตรียมส่งร่างแรงงานเสียชีวิตในอิสราเอลกลับไทย เป็นข่าวที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของแรงงานไทยที่ประสบภัยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษก ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิต
รง. เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ เตรียมส่งร่างแรงงานเสียชีวิตในอิสราเอลกลับไทย
เหตุการณ์เศร้าที่เกิดขึ้น แรงงานไทยรายนี้เสียชีวิตขณะอยู่ในห้องพักเวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 โดยแรงงานคนนี้ได้เดินทางไปทำงานอย่างถูกกฎหมายผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ทางรัฐบาลอิสราเอลกำลังดำเนินการชันสูตรศพ และจะส่งร่างผู้เสียชีวิตให้ครอบครัวต่อไป ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บ้านพักของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อปลอบโยนและให้กำลังใจครอบครัว รวมถึงประสานงานเพื่อนำร่างกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

สิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวแรงงานจะได้รับหลังรองปลัดเยี่ยม
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ทายาทโดยธรรมจะได้รับนั้น มีหลายส่วน โดยเฉพาะจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมกรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสิทธิจากประกันสังคมและจากสถาบันประกันภัยของอิสราเอล เรามาดูรายละเอียดกัน
- เงินสงเคราะห์จากกองทุน: 40,000 บาท
- เงินบำเหน็จชราภาพจากประกันสังคม: 71,459.14 บาท
- สิทธิจากประกันภัยอิสราเอล: เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์, ค่าใช้จ่ายฝังศพ, ชดเชยรายเดือน, ช่วยเหลือประจำปี, ค่าเล่าเรียนบุตร, ช่วยเหลือทางจิตวิทยา (จำนวนขึ้นกับการพิจารณาของสถาบันและอัตราแลกเปลี่ยน)
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังมอบหมายให้ทูตแรงงานในอิสราเอลกำชับแรงงานไทยทุกคนให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งการให้หน่วยงานใน 76 จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่แจ้งญาติแรงงานในไทย เพื่อให้สื่อสารกับลูกหลานที่ทำงานในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวัง หากมีสัญญาณเตือนภัยต้องอพยพทันที

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานในการดูแลพี่น้องแรงงานไทยที่ออกไปหาเลี้ยงชีพในต่างแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างตะวันออกกลาง แรงงานไทยกว่า 30,000 คนในอิสราเอลกำลังเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้ง การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำเตือนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังทำงานในพื้นที่ดังกล่าว ควรติดต่อทูตแรงงานทันทีเพื่อขอคำปรึกษา
ในมุมมองของผู้เขียน การเยี่ยมเยียนและประสานสิทธิอย่างรวดเร็วแบบนี้ช่วยลดภาระให้ครอบครัวได้มาก และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลแรงงานไทยทุกคน สุดท้ายขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ขอให้ทุกคนปลอดภัย หากมีปัญหา สามารถติดต่อกรมการจัดหางานเพื่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา – รง. เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ เตรียมส่งร่างแรงงานเสียชีวิตในอิสราเอลกลับไทย




