“คิม จองอึน” ได้รับเลือกผู้นำสูงสุดสมัยที่ 3 ในการประชุมสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ ทำให้โลกต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจและการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้และภูมิภาคเอเชียตะวันออก
“คิม จองอึน” ได้รับเลือกผู้นำสูงสุดสมัยที่ 3
วันที่ 23 มีนาคม 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานข่าวสำคัญว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการรัฐอีกสมัย ซึ่งเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ตำแหน่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2559 คณะกรรมการกิจการรัฐถือเป็นองค์กรสูงสุดในการกำหนดนโยบายของประเทศ ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ยืนยันสถานะผู้นำที่มั่นคงของเขา
ในการประชุมสมัยแรกของสภาประชาชนสูงสุดชุดที่ 15 ซึ่งจัดขึ้นหลังการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเมื่อเดือนที่แล้ว นายรี อิลฮวาน เลขาธิการพรรค ได้กล่าวยกย่องนายคิม จองอึน ว่าเป็น "พลังแห่งชาติที่แข็งแกร่งที่สุด" และประชาชนมีความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุด สะท้อนถึงการรวมศูนย์อำนาจรอบตัวผู้นำวัย 42 ปีผู้นี้
การปรับโครงสร้างอำนาจครั้งใหญ่
นอกจากการยืนยันตำแหน่งของคิม จองอึน แล้ว การประชุมยังมีการปรับคณะผู้นำครั้งใหญ่ที่ต้องจับตา โดยมีรายละเอียดดังนี้
- โจ ยงวอน หนึ่งในบริวารใกล้ชิด ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการถาวรของสภาประชาชนสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายนิติบัญญัติ แทนที่ชเว รยงแฮ
- พัก แทซอง ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป
- คิม ท็อกฮุน อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้น
- โจ ยงวอน ได้รับแต่งตั้งเพิ่มเป็นรองประธานคณะกรรมการกิจการรัฐ
- ที่น่าสนใจ คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ซึ่งมีอิทธิพลสูง ถูกปลดออกจากตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกิจการรัฐ สร้างความประหลาดใจให้แก่นักวิเคราะห์
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการปรับสมดุลอำนาจภายในพรรคและรัฐบาล โดยเฉพาะการเลื่อนขั้นโจ ยงวอน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทสำคัญในอนาคต
จับตาการแก้ไขรัฐธรรมนูญและท่าทีต่อเกาหลีใต้
ในการประชุมครั้งนี้ ยังมีการหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีชัน และงบประมาณประจำปี 2569 แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ประเด็นที่ถูกรับรู้มากที่สุดคือความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนท่าทีต่อเกาหลีใต้
“คิม จองอึน” ได้รับเลือกผู้นำสูงสุดสมัยที่ 3 อาจนำไปสู่การประกาศศัตรูอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ นายคิม จองอึน เคยประกาศว่าเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เป็น "รัฐศัตรู" กัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเกาหลีเหนืออาจยกเลิกหลักการ "รวมชาติอย่างสันติ" ออกจากรัฐธรรมนูญ เพื่อสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีมากกว่าเดิม
เพื่อเข้าใจบริบท ลองย้อนดูประวัติของคิม จองอึน เขารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดตั้งแต่ปี 2554 หลังบิดาของเขา คิม จองอิล เสียชีวิต และได้สานต่อนโยบายนิวเคลียร์และการพัฒนาอาวุธขีปนาวุธที่ทำให้โลกต้องกังวล ปัจจุบัน เกาหลีเหนือเผชิญความท้าทายทั้งการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ปัญหาเศรษฐกิจจากโควิด-19 และภัยแล้ง แต่การยึดอำนาจสมัยที่ 3 แสดงถึงความมั่นคงภายในที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีที่เพิ่งเริ่มต้นในปี 2564 เน้นการพึ่งพาตนเอง (ชูชีซิล) โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก การเกษตร และเทคโนโลยี แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่ชัดเจน การประชุมครั้งนี้อาจนำไปสู่การปรับแผนเพื่อรับมือวิกฤต
การเปลี่ยนแปลงในคณะผู้นำ โดยเฉพาะการลดบทบาทของคิม โยจอง ซึ่งเคยเป็นมือขวาในด้านการทูตและโฆษณาชวนเชื่อ อาจบ่งบอกถึงการกระจายอำนาจหรือการเตรียมทายาทรุ่นต่อไป อย่างไรก็ตาม โยจองยังคงมีบทบาทสำคัญในพรรคแรงงาน
ในมุมมองกว้างขึ้น “คิม จองอึน” ได้รับเลือกผู้นำสูงสุดสมัยที่ 3 ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่เกาหลีเหนือยกระดับการเผชิญหน้าทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ และการทูต ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นักวิเคราะห์จาก Yonhap ชี้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญอาจประกาศผ่านสื่อทางการในเร็ววันนี้
สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดยิ่งขึ้น แต่ก็เปิดโอกาสให้มีการเจรจาใหม่หากมีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก คุณคิดว่าการปรับโครงสร้างอำนาจครั้งนี้จะนำพาเกาหลีเหนือไปในทิศทางใด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – “คิม จองอึน” ได้รับเลือกให้นั่งเก้าอี้ผู้นำสูงสุดสมัยที่ 3 จับตาปรับทีมอำนาจ-แก้รธน.


