“จุลพงศ์” จี้ พิพัฒน์ สั่ง รฟท. ฟ้องเพิกถอน 2 แปลงจุดเริ่มต้นคดีเขากระโดง
วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตาของสังคมไทย นั่นคือ “จุลพงศ์” จี้ “พิพัฒน์” สั่ง รฟท. ฟ้องเพิกถอน 2 แปลงจุดเริ่มต้นคดีเขากระโดง ซึ่งเป็นคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่คาราคาซังมานานหลายสิบปี คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินธรรมดา แต่สะท้อนถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและนิติธรรมในประเทศไทยที่หลายคนตั้งคำถาม
“จุลพงศ์” จี้ “พิพัฒน์” สั่ง รฟท. ฟ้องเพิกถอน 2 แปลงจุดเริ่มต้นคดีเขากระโดง
นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ระหว่างการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และธรรมาภิบาล ซึ่งเหมาะสมมากเพราะประชาชนกำลังจับตาการแก้ไขปัญหาคดีที่ดินเขากระโดงที่ควรจบไปนานแล้ว
คดีเขากระโดงเริ่มต้นจากข้อพิพาทที่ดินกว่า 995 แปลง รวมกว่า 5,000 ไร่ ซึ่งศาลทั้งยุติธรรมและปกครองยืนยันว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่กลับถูกเตะถ่วงมานับสิบปี ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะสมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เศรษฐา ทวีสิน หรือแพทองธาร ชินวัตร ล้วนปล่อยให้ค้างคา โดยกรมที่ดินไม่เพิกถอนโฉนด รฟท. ก็ไม่ฟ้องศาลโดยตรง แต่หันไปฟ้องศาลปกครองแทน ทำให้เรื่องยืดเยื้อและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
จุดเริ่มต้นของคดีเขากระโดง: 2 แปลงที่ต้องเพิกถอนก่อน
นายจุลพงศ์เสนอทางออกที่ชัดเจน โดยจี้ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการ รฟท. ดำเนินการฟ้องเพิกถอนโฉนด 2 แปลงที่เป็นจุดเริ่มต้นของคดีนี้ นั่นคือแปลงที่ 3466 และ 8564 รวม 44 ไร่ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้ตั้งแต่ปี 2554 ว่าการออกโฉนดทั้งสองแปลงนี้มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะทับซ้อนที่ดินของ รฟท. แต่กรมที่ดินกลับไม่เพิกถอน กลับถามอัยการสูงสุด ซึ่งแนะนำให้ รฟท. เป็นผู้ฟ้องเอง ทว่าจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น
แทนที่จะฟ้องทั้ง 995 แปลงพร้อมกัน ซึ่งอาจสร้างความขัดแย้งกับชาวบ้าน นายจุลพงศ์แนะนำให้เริ่มจาก 2 แปลงนี้ก่อน เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน และ รฟท. เคยชนะคดีในศาลฎีกาแล้วตามคำพิพากษาที่ 8027/2561 การฟ้องนี้สามารถทำได้ทันทีภายใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย หากชนะ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลจริงใจกับนิติธรรม หากแพ้ เรื่องก็จบไม่ต้องวนเวียนอีก
ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดิน แต่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม กรมที่ดินไม่ทำหน้าที่ รฟท. ไม่กล้าฟ้อง และข้าราชการบางส่วนออกมาปกป้องโดยอ้างรอคำสั่งศาลปกครอง แม้รัฐบาลใหม่จะมีท่าทีจริงจัง แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ
- ประเด็นหลัก: คดีเขากระโดงควรจบด้วยการฟ้อง 2 แปลงก่อน เพื่อสร้างความโปร่งใส
- บทบาทของ รฟท.: ต้องกล้าฟ้องศาลยุติธรรมโดยตรง ไม่ใช่รอศาลปกครอง
- ผลกระทบ: หากไม่แก้ไข จะเป็นเครื่องมือต่อรองการเมืองต่อไป
ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นโอกาสทองให้รัฐบาลชุดใหม่แสดงศักยภาพ หากจัดการได้จริง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดคดีคล้ายๆ กันในอนาคต การเริ่มจากจุดเล็กๆ อย่าง 2 แปลงนี้ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาใหญ่ได้อย่างยั่งยืน
สุดท้ายนี้ อยากเชิญชวนทุกท่านติดตามพัฒนาการของคดีนี้ เพราะมันสะท้อนถึงอนาคตของนิติธรรมในไทย หากคุณมีมุมมองอย่างไร สามารถแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!
ที่มา – “จุลพงศ์” จี้ “พิพัฒน์” สั่ง รฟท. ฟ้องเพิกถอน 2 แปลงจุดเริ่มต้นคดีเขากระโดง





