ในยุคดิจิทัลที่ภัยไซเบอร์กำลังคุกคามอย่างหนัก การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินของประชาชน ล่าสุด CIB จับมือ กรุงศรี เปิดตัวระบบ API เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับการต่อสู้กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการเงิน โครงการนำร่องนี้ไม่เพียงช่วยลดเวลาในการสืบสวน แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ในการป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลาม
ระบบ API เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์: จุดเปลี่ยนในการสู้ภัยไซเบอร์
ระบบ API เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนระหว่างหน่วยงานรัฐอย่างกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ CIB กับธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเอกสารที่ยุ่งยากแบบเดิม เมื่อมีรายงานแจ้งความออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคาร เจ้าหน้าที่สามารถส่งคำขอข้อมูลบัญชีต้องสงสัยไปยังธนาคารได้ภายในไม่กี่นาที ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ปลอดภัยและโปร่งใส
พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2567 ว่า ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการลดภาระงาน ลดเวลา และเพิ่มความรวดเร็วในการสืบสวน โดยใช้ Data Analytics ร่วมกันในการวิเคราะห์พฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อป้องกันเชิงรุก ลดโอกาสเกิดอาชญากรรมทางการเงิน เช่น การฟอกเงินหรือการฉ้อโกงออนไลน์
ประโยชน์ของระบบ API เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ ต่อประชาชนและหน่วยงาน
สำหรับประชาชน ผู้เสียหายจากภัยไซเบอร์จะได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็วกว่าเดิม โดยไม่ต้องรอคอยการประสานงานที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้ ระบบนี้ยังช่วยให้ธนาคารกรุงศรีสามารถจัดการบัญชีต้องสงสัยได้ทันท่วงที ป้องกันการโอนเงินผิดกฎหมาย นายตุลย์ โรจน์เสรี ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ระดับองค์กรของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เน้นย้ำว่า โครงการนี้เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยธนาคารจะสนับสนุนด้านเทคนิคและการวิเคราะห์ข้อมูลภายใต้กรอบกฎหมายที่เคร่งครัด
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การนำ API มาใช้เชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการต่อสู้กับภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าคดีฉ้อโกงออนไลน์มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่า 30% ในปีที่ผ่านมา ดังนั้น ความร่วมมืออย่าง CIB จับมือ กรุงศรี จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดเวลาการขอข้อมูลจากวันละหลายชั่วโมง เหลือเพียงไม่กี่นาที
- เพิ่มความโปร่งใสในการสืบสวน ลดโอกาสทุจริต
- ใช้ AI และ Data Analytics ในการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ
- ปกป้องผู้บริโภคจากการสูญเสียทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ยังต้องเผชิญความท้าทาย เช่น การรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) แต่ด้วยการลงนาม MOU นี้ คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายโครงการไปยังธนาคารอื่นๆ ในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในฐานะผู้ที่ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยี การพัฒนานี้ทำให้ผมมองโลกในแง่ดีว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หากคุณเป็นผู้ใช้บริการธนาคารหรือตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ แนะนำให้แจ้งความผ่านช่องทางดิจิทัลทันที เพื่อให้ระบบ API เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ช่วยเหลือคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา – CIB จับมือ กรุงศรี เปิดตัวระบบ API เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ ยกระดับการสู้ภัยไซเบอร์

