ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชา เปิดโกดังกลางพนมเปญ ลอบนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีสแกมเมอร์

ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชา สแกมเมอร์

ตร.กัมพูชาบุกค้นโกดังในกรุงพนมเปญ ยึดของกลางมือถือกว่า 2,000 เครื่อง คอมพิวเตอร์หลายร้อยชุด พร้อมซิมการ์ดนับหมื่นใบ จับผู้ต้องหา 7 ราย ทั้งชาวจีนและกัมพูชา พัวพันขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวเฟรชนิวส์ ของกัมพูชารายงานว่า ตำรวจกัมพูชานำชุดปฏิบัติการพิเศษ บุกตรวจค้นบ้านพักกลางกรุงพนมเปญที่ถูกใช้เป็นสถานที่นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีและสื่อสาร เพื่อสนับสนุนขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 คน เป็นชาวจีน 3 คน รวมหัวหน้าเครือข่าย และชาวกัมพูชา 4 คน

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ 2,323 เครื่อง อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink 12 ชุด หน้าจอ LCD 48 เครื่อง คอมพิวเตอร์แบบ All-in-One 447 เครื่อง เคสคอมพิวเตอร์ 147 ชุด จอมอนิเตอร์ 239 เครื่อง เครื่องชาร์จโทรศัพท์หลายเครื่องพร้อมกัน 343 ชุด เราเตอร์ Wi-Fi 89 เครื่อง และซิมการ์ดจากต่างประเทศกว่า 18,950 ใบ รวมถึงซิมท้องถิ่นอีกจำนวนมาก

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า อุปกรณ์ทั้งหมดถูกใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะซิมการ์ดจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ตุรกี ไทย เวียดนาม มาเลเซีย เม็กซิโก สเปน และอิตาลี ซึ่งถูกนำไปสร้างบัญชีปลอมบนแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงเปิดบัญชีธนาคารปลอม เพื่อใช้หลอกลวงเหยื่อในหลายประเทศ

ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งให้นำอุปกรณ์ไปส่งตามจังหวัดต่าง ๆ ของกัมพูชา เพื่อสนับสนุนฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ในพื้นที่อื่น ๆ

หลังปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานอัยการศาลเทศบาลพนมเปญดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและแหล่งนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงภัยของการหลอกลวงทางออนไลน์ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การที่ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชาได้ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ก็ยังคงมีช่องว่างให้เหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้ดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น เราจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ บนโลกออนไลน์การที่ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ การที่ซิมการ์ดจากหลากหลายประเทศถูกนำมาใช้ในการกระทำผิด ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชา เปิดโกดังกลางพนมเปญ ลอบนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีสแกมเมอร์

การบุกทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชาครั้งนี้ ทำให้เราเห็นภาพรวมของการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเขามีการจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีจำนวนมาก มีการใช้ซิมการ์ดจากต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม และมีการกระจายฐานปฏิบัติการไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ยากต่อการถูกจับกุม

ความสำคัญของการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์

การที่ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชา ที่ลักลอบนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีสแกมเมอร์ครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ เพราะนอกจากจะช่วยลดจำนวนเหยื่อที่ถูกหลอกลวงแล้ว ยังเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการสืบสวนและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ นอกจากนี้ การเผยแพร่ข้อมูลและเตือนภัยให้ผู้อื่นได้รับทราบ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น การตระหนักถึงภัยคุกคามทางออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญ เรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองและคนรอบข้างจากกลโกงต่างๆ เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – ตร.กัมพูชาบุกจับเครือข่ายจีน-กัมพูชา เปิดโกดังกลางพนมเปญ ลอบนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีสแกมเมอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: