ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว นำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว บุกยึดเครื่องซิมบ็อกซ์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลางเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว เตรียมขยายผลจับกุมผู้ต้องหา
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรมนั้น
ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้รับข้อมูลจากศูนย์วอรูมฯ ตร.ภ.2 เกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้หลอกลวงประชาชนว่าได้เปิดเบอร์โทรศัพท์และมีการใช้งานในพื้นที่ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วจึงได้ประสานข้อมูลร่วมกับ บก.สส.ภ.2 และลงพื้นที่สืบสวน ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว จนทราบพิกัดว่าบ้านหลังหนึ่งใน ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นห้องเช่า น่าเชื่อว่าจะเป็นจุดติดตั้งซิมบ็อกซ์ (เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นสถานที่ดังกล่าว
ต่อมา พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว , พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว , พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว , พ.ต.อ.สุวัฒน์ บริรักษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.สราวุธ เอี่ยมสำอางค์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว ได้นำหมายค้น ศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 149/2568 ลงวันที่ 25 ต.ค.2568 บุกไปค้นบ้านหลังดังกล่าว โดยมีผู้ดูแลหมู่บ้านนำตรวจค้น
จากการตรวจค้นพบ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด จำนวน 1 เครื่อง (สามารถใส่ซิมการ์ดได้ 128 ช่อง/เครื่อง ) ,โมเด็มต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต จำนวน 1 เครื่อง,กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว,เครื่องสำรองไฟ จำนวน 2 ตัว,กล่องใส่โมเด็ม จำนวน 1 กล่อง,พัดลมตั้งพื้น จำนวน 2 ตัวและโต๊ะพับญี่ปุ่นขนาดเล็ก จำนวน 2 ตัว แต่ไม่พบผู้เช่า
เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งให้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้วฯ และจากการสืบสวนขยายผลทราบว่าผู้ที่มาเช่าห้องดังกล่าวชื่อ น.ส.รัชนี อยู่บ้านในพื้นที่ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงนำกำลังไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวที่ อ.อรัญประเทศ แต่ไม่พบตัว น.ส.รัชนี แต่อย่างใด คาดว่าหลบหนีไปก่อนหน้านี้
พ.ต.อ.จตุรภัทรฯ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ยังเผยอีกว่านอกจากนี้ ตร.ภ.จว.สระแก้วได้รับข้อมูลจากศูนย์วอรูมฯ ตร.ภ.2 อีกว่า ตำรวจภูธรภาค 1 ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ค.903/2568 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่งใน ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ผลการตรวจค้นพบ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด จำนวน 1 เครื่อง ( ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดได้ 32 ช่อง/เครื่อง ) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการขยายผลทราบว่าผู้เช่า คือ น.ส.รัชนี อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันที่เช่าห้องติดตั้งเครื่องซิมบ็อกซ์ที่ อ.เมืองสระแก้ว ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลติดตามจับกุมตัว น.ส.รัชนี มาทำการสอบสวนและดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว.
ตร.ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บุกยึดเครื่องซิมบ็อกซ์กลางเมืองสระแก้ว
จากปฏิบัติการดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นภัยร้ายต่อสังคม การใช้เครื่องซิมบ็อกซ์เป็นกลไกสำคัญในการหลอกลวงเหยื่อ ทำให้การติดตามและจับกุมเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
ผลกระทบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีต่อสังคม
- สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ: เหยื่อสูญเสียเงินจำนวนมาก
- ทำลายความเชื่อมั่น: ประชาชนไม่กล้าที่จะรับสายจากเบอร์แปลก
- ส่งผลกระทบทางจิตใจ: เหยื่ออาจรู้สึกเสียใจ ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล
การทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวหนึ่งในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งยังคงมีการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ อยู่เสมอ ประชาชนจึงควรมีความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะหลงเชื่อกลลวงต่างๆ
การป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวแก่คนแปลกหน้า ไม่โอนเงินให้ใครง่ายๆ และหากมีข้อสงสัย ควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูล
อย่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ เพื่อร่วมกันทำให้สังคมไทยปลอดภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์
ที่มา – ตร.ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บุกยึดเครื่องซิมบ็อกซ์กลางเมืองสระแก้ว




