ตร.ยันไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศผ่านเรือแท็งเกอร์ กำชับปูพรมตรวจเข้มทั่วประเทศ

ตร.ยันไม่พบลักลอบขนน้ำมันแท็งเกอร์ ตรวจเข้มทั่วประเทศ

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันผันผวน ตร.ยันไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศผ่านเรือแท็งเกอร์ กำชับปูพรมตรวจเข้มทั่วประเทศ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มมาตรการลาดตระเวนอย่างเข้มข้นตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อป้องกันปัญหาการกักตุน โก่งราคา และลักลอบส่งออกน้ำมัน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทย

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ประชุมสั่งการปราบปรามการลักลอบขนน้ำมัน

ตร.ยันไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศผ่านเรือแท็งเกอร์ กำชับปูพรมตรวจเข้มทั่วประเทศ

วันนี้ (22 มีนาคม 2569) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) ได้ประชุมติดตามผลการปฏิบัติที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วม เช่น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบก.สส. และ พ.ต.อ.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รอง ผบก.ตำรวจน้ำ

ผลการตรวจสอบล่าสุด ไม่พบหลักฐานการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศผ่านเรือแท็งเกอร์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อนให้เรือประมงกลางทะเลได้ทันท่วงที โดยบูรณาการร่วมกับกรมสรรพสามิต ดำเนินคดีเต็มข้อกฎหมาย นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือลูกเรือประมงชาวเวียดนาม 2 ราย ที่เรืออับปางได้อย่างปลอดภัย

ผลการปฏิบัติการลาดตระเวนครั้งใหญ่

สืบเนื่องจากวันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระดมเรือ “ชัยจินดา” พร้อมเรือตรวจการณ์ 30 ลำ ลาดตระเวนทั่วน่านน้ำไทย ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมัน

  • ไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกราชอาณาจักรผ่านเรือแท็งเกอร์
  • จับกุมการขายน้ำมันเถื่อนให้เรือประมง
  • ช่วยเหลือชีวิตลูกเรือต่างชาติ
  • บูรณาการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การปล่อยเรือตรวจการณ์ปทุมวัน 3 เพื่อปราบปรามการลักลอบขนน้ำมัน

มาตรการเข้มงวดเพื่อความมั่นคงพลังงาน

หลังประชุม พล.ต.ท.รุทธพล และ พล.ต.อ.ธัชชัย ได้ร่วมปล่อยเรือตรวจการณ์ “ปทุมวัน 3” พร้อมกำลังพลชุดพิเศษ ออกลาดตระเวนต่อเนื่อง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ได้สั่งตรวจโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และเพิ่มความถี่ตรวจทางบก-ทางทะเล โดยเฉพาะน้ำมันเขียวที่ราคาสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการลักลอบขายข้ามชาติหรือน้ำมันเถื่อนให้เรือประมง ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

พล.ต.อ.ธัชชัย สั่งการเด็ดขาดให้ ศปนม.ตร. และตำรวจน้ำ “เอ็กซเรย์” พื้นที่จำหน่ายน้ำมันดีเซลเรือประมงและน้ำมันเขียว รายงานผลรายวัน และลงโทษผู้ละเลย หากพบผิดให้จับกุมทันที

ความสำคัญของการป้องกันลักลอบขนน้ำมัน

การลักลอบขนน้ำมันไม่เพียงทำให้ราคาพุ่ง แต่ยังกระทบความมั่นคงพลังงานชาติ ในอดีตเคยมีกรณีเรือแท็งเกอร์ลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความเสียหายมหาศาล ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของตำรวจไทยที่ปูพรมตรวจสอบทั่วประเทศ ทำให้ไม่พบการกระทำผิดระดับใหญ่

นอกจากนี้ การบูรณาการระหว่างกระทรวงยุติธรรม ตำรวจน้ำ สรรพสามิต เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ปัญหาเชิงรุก หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังตึงตัว มาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องต่อเนื่อง

  • เพิ่มเรือตรวจการณ์และกำลังพล
  • ใช้เทคโนโลยีติดตามเรือ
  • ตรวจสอบคลังและสถานีบริการอย่างสม่ำเสมอ
  • ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ทั้งนี้ ตำรวจขอความร่วมมืองจากประชาชน หากพบเบาะแสการลักลอบขนน้ำมัน กักตุน โก่งราคา หรือปลอมปน แจ้งได้ที่สายด่วน 1599 ตลอด 24 ชม. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันและความมั่นคงของชาติได้อย่างยั่งยืน

ความเห็นส่วนตัว: ดีใจที่ไม่พบการลักลอบครั้งใหญ่ แต่ต้องรักษาความเข้มงวดต่อไป เพราะปัญหาน้ำมันเป็นหัวใจเศรษฐกิจ ประชาชนอย่างเราควรช่วยกันรายงานข้อมูลเพื่อป้องกันแต่เนิ่นๆ

ที่มา – ตร.ยันไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศผ่านเรือแท็งเกอร์ กำชับปูพรมตรวจเข้มทั่วประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: