กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อ “ทนายเกิดผล” ออกมาโพสต์ถึงกรณีที่ “ครูปรีชา” แจ้งความเอาผิด “โน้ส อุดม” โดยระบุว่าอยู่ดีไม่ว่าดี ระวังจะหาเรื่องติดคุกตอนแก่! เรื่องราวนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมทนายเกิดผลถึงออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ เราจะมาเจาะลึกกันในบทความนี้
ทนายเกิดผลวิเคราะห์ ปมครูปรีชาฟ้องโน้ส อุดม
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “โน้ส อุดม แต้พานิช” นักแสดงเดี่ยวไมโครโฟนชื่อดัง เดินทางไปยัง สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ โดยกล่าวหาว่า โน้ส อุดม หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
สาเหตุของการแจ้งความครั้งนี้มาจากการที่ ครูปรีชาได้รับคลิปวิดีโอ “เดี่ยว 12” ของโน้ส อุดม ซึ่งเป็นการแสดงเมื่อปี 2561 เนื้อหาในคลิปมีการกล่าวถึง ครูปรีชา ในลักษณะที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท เช่น “ผลงานโดดเด่นของกระทรวงศึกษา ยกให้ครูปรีชา สร้างแรงบันดาลใจ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ นี่มันหวยของครู หมวดจรูญนั้นไม่ใช่ ถ้า …ได้ขนาดนั้น นี่ต้องมั่นมาก เพราะความจริงมันพูดยากมากกว่าแถไถ ไม่ต้องห่วง ครูยังมีผมอยู่ข้างๆ แต่ว่า ผมครูตรงกลางนี่มันหายไปไหน”
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีทนายเกิดผล ชี้ปมครูปรีชาฟ้องโน้ส อุดม ว่า “ครูปรีชาจะหาเรื่องติดคุกตอนแก่หรือเปล่าครับเนี่ย การไปแจ้งความเอาผิดโน้สหลังจากเหตุการณ์ผ่านมาหลายปีแล้ว และข้อเท็จจริงก็เป็นไปดังที่ปรากฏในข่าวว่าหวยเป็นของหมวดจรูญ ไม่ใช่ของครูปรีชา ตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วซึ่ง คุณโน้ส อุดม สามารถต่อสู้ในประเด็นนี้ได้โดยพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง ก็ไม่เป็นความผิด เป็นข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (3) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ และมาตรา 330 อยู่ดีไม่ว่าดีนะครูปรีชา เรื่องมันผ่านไปแล้ว แท้ๆ ยังจะเอามาเป็นประเด็น”
ทำไมทนายเกิดผลถึงออกมาแสดงความเห็นเรื่องครูปรีชาฟ้องโน้ส อุดม?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมทนายเกิดผลถึงออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ทนายเกิดผลเป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงและมักจะออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจอยู่เสมอ การออกมาแสดงความคิดเห็นในกรณีนี้อาจเป็นเพราะทนายเกิดผลเห็นว่าประเด็นนี้มีความน่าสนใจและอาจมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง
ประเด็นสำคัญที่ทนายเกิดผลยกขึ้นมาคือเรื่องของ “ความจริง” และ “ความเป็นธรรม” ทนายเกิดผลชี้ให้เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในข่าวและคำพิพากษาของศาลนั้น ชี้ชัดว่าหวยเป็นของหมวดจรูญไม่ใช่ของครูปรีชา ดังนั้น การที่ครูปรีชาไปแจ้งความเอาผิดโน้ส อุดม จึงอาจเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ทนายเกิดผลยังได้อ้างถึงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (3) และมาตรา 330 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นความผิดในกรณีหมิ่นประมาท หากเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้
แน่นอนว่าการออกมาแสดงความคิดเห็นของทนายเกิดผลในครั้งนี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทนายเกิดผลยกขึ้นมานั้นถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรค่าแก่การพิจารณา
สิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีทนายเกิดผลชี้ปมครูปรีชาฟ้องโน้ส อุดม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ “ความเป็นธรรม” และ “สิทธิในการแสดงความคิดเห็น” ในสังคมประชาธิปไตย การที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและเป็นธรรม ถือเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม
สุดท้ายนี้ หากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางกฎหมาย หรือต้องการคำปรึกษาจากทนายความผู้เชี่ยวชาญ อย่าลังเลที่จะติดต่อสำนักงานกฎหมายที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม
ที่มา – ทนายเกิดผล โพสต์ปม “ครูปรีชา” แจ้งความเอาผิด “โน้ส อุดม” บอกอยู่ดีไม่ว่าดี

