ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหมให้กลับไปเป็น กระทรวงสงคราม สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ และได้รับความสนใจจากนานาชาติถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ทรัมป์ลงนามเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหม เป็นกระทรวงสงคราม
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหม หรือ Department of Defense ที่ใช้มายาวนานถึง 75 ปี ให้กลับไปใช้ชื่อดั้งเดิมคือ กระทรวงสงคราม หรือ Department of War ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้อยู่ตั้งแต่ปี 1789 ก่อนที่จะถูกยกเลิกและปรับโครงสร้างใหม่ในสมัยประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน เมื่อปี 1947
ทรัมป์กล่าวว่า นี่คือชื่อที่เหมาะสมกว่ามาก โดยเฉพาะในยุคโลกปัจจุบัน พร้อมทั้งระบุว่าชื่อ Department of Defense ที่ใช้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นแนวคิดที่เขามองว่า “woke” หรือแฝงความอ่อนแอ ขณะที่ชื่อ กระทรวงสงคราม สะท้อนความแข็งแกร่งของอเมริกา
เหตุผลที่ทรัมป์ต้องการเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงสงคราม
ทรัมป์ให้เหตุผลว่าชื่อเดิมของกระทรวงกลาโหมนั้น “อ่อนแอ” และไม่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ชื่อ “กระทรวงสงคราม” นั้นสื่อถึงความเด็ดขาดและความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ นอกจากนี้ เขายังมองว่าการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับกองทัพอเมริกันในสายตาของนานาชาติ
แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนที่เป็นผู้สนับสนุนใกล้ชิดของทรัมป์ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อทำให้การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวมีผลถาวรตามกฎหมาย เพราะโดยหลักการแล้ว อำนาจการจัดตั้งหรือเปลี่ยนชื่อหน่วยงานรัฐบาลกลางขึ้นอยู่กับสภาคองเกรส ไม่ใช่เพียงคำสั่งฝ่ายบริหารจากประธานาธิบดี
แม้จะถูกทักท้วงในประเด็นกฎหมาย ทรัมป์ยังยืนยันว่าเขาจะเดินหน้าด้วยการให้เพนตากอนใช้ชื่อ Department of War ไปก่อน และแสดงความมั่นใจว่า “สภาคองเกรสน่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว ถ้าจำเป็นต้องผ่านกฎหมายจริงๆ”
การเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหมกลับไปเป็น กระทรวงสงคราม นี้สร้างผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? ลองมาพิจารณาในหลายมุมมอง
- ด้านการเมือง: การเปลี่ยนแปลงนี้อาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังนานาชาติว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะใช้กำลังทางทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน
- ด้านประวัติศาสตร์: การกลับไปใช้ชื่อเดิมอาจเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์การทำสงครามของสหรัฐฯ ในอดีต
- ด้านจิตวิทยา: ชื่อ “กระทรวงสงคราม” อาจสร้างความรู้สึกหวาดกลัวและความไม่มั่นคงให้กับประชาชนทั้งในและต่างประเทศ
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความแข็งแกร่ง ในขณะที่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมองว่าจะยิ่งทำให้สหรัฐฯ ดูเป็นชาติที่ก้าวร้าวและพร้อมทำสงคราม
ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน และจะเป็นที่ถกเถียงกันต่อไปอีกยาวนานถึงความเหมาะสมและผลกระทบที่จะตามมา
ที่มา – ทรัมป์ลงนามแล้ว เปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหม เป็นกระทรวงสงคราม
