พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลุยฉะเชิงเทรา รับเรื่องหญิงบกพร่องทางสติปัญญาถูกหลอกค้ามนุษย์ไปกัมพูชา กลายเป็นเหยื่อถูกใช้เปิด “บัญชีม้า” สร้างความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท เรื่องราวนี้สะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์ที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย
ทสท. ลุยฉะเชิงเทรารับเรื่องหญิงบกพร่องทางปัญญาถูกหลอกค้ามนุษย์ไปกัมพูชา
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายศรัณยู คงสวัสดิ์เกียรติ นายทะเบียนสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนางสาวตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ กรรมการบริหารพรรคฯ ได้ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรับฟังเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวของหญิงสาววัย 22 ปี ที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา หญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ
จากการบอกเล่าของครอบครัว เหยื่อถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานในกรุงเทพฯ แต่ในความเป็นจริงกลับถูกพาไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่งอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะถูกนำตัวข้ามชายแดนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าจะมีรายงานว่าเหยื่อเคยถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมได้ในครั้งแรก แต่กลุ่มคนร้ายก็ยังสามารถพาเหยื่อข้ามแดนไปได้อีกครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ
ชีวิตที่กัมพูชาและความช่วยเหลือจากพรรคไทยสร้างไทย
เมื่อไปถึงกัมพูชา หญิงสาวถูกบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ แต่ด้วยข้อจำกัดทางสติปัญญา ทำให้เธอไม่สามารถทำงานได้ตามที่กลุ่มคนร้ายต้องการ เธอจึงถูกลดบทบาทไปเป็นแม่บ้านแทน และในที่สุด ครอบครัวของเธอถูกบังคับให้โอนเงินค่าไถ่ตัวจำนวน 9,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวให้กลับประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ความโชคร้ายยังไม่จบสิ้น หลังจากที่หญิงสาวเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย ครอบครัวก็พบว่าบัญชีธนาคารที่เธอถูกบังคับให้เปิดนั้น ถูกนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” ในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับขบวนการสแกมเมอร์ ทำให้ชื่อของเธอปรากฏอยู่ในระบบตำรวจถึง 8 คดีอาชญากรรมทางออนไลน์ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 1 ล้านบาท โดยที่เธอไม่มีส่วนรู้เห็นหรือยินยอมเลยแม้แต่น้อย พรรคไทยสร้างไทยจึงได้เร่งประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถเข้าขอคำปรึกษาทางคดี และหาแนวทางในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อไป
นายศรัณยูได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากได้รับข้อมูลว่ามีประชาชนในพื้นที่เดียวกันอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้ และยังมีรายงานว่าบางสถานีตำรวจในจังหวัดสระแก้วไม่ยอมรับแจ้งความคนหายจากครอบครัวของผู้เสียหาย ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนที่ตกอยู่ในอันตราย
เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของขบวนการค้ามนุษย์ และความสำคัญของการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป
ที่มา – ทสท.ลุยฉะเชิงเทรารับเรื่องหญิงบกพร่องทางปัญญาถูกหลอกค้ามนุษย์ไปกัมพูชา


