ทีมเศรษฐกิจและยุติธรรมของไทยจับมือกันอย่างแข็งขันในการปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ล่าสุดมีแถลงผลงานที่โดดเด่นในรอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ทำให้เห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
ปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือที่เรารู้จักกันในนามสินค้าปลอม เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายความสามารถในการแข่งขันของไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเครื่องหมายการค้าปลอม ลิขสิทธิ์ละเมิด หรือสิทธิบัตรที่ถูกคัดลอก สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตผู้บริโภค เช่น ยาปลอม อาหารเสริมปลอม หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน รัฐบาลจึงเร่งปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในตลาดจริงและออนไลน์
ผลงานเด่นใน 6 เดือนแรก
วันที่ 27 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการดำเนินงานระหว่างตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569
- จับกุมผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 332 คดี
- ยึดของกลางกว่า 1.3 ล้านชิ้น
- มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 2,300 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 78% จากทั้งปีงบ 2568 ที่เสียหาย 1,300 ล้านบาท
การปราบปรามมุ่งเป้าไปที่ย่านการค้าชุมชน โกดังเก็บสินค้า ด่านศุลกากร และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยบูรณาการกำลังจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ตัดวงจรการละเมิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยงานหลักที่ร่วมปราบปราม
- กระทรวงพาณิชย์: ประสานงานกลางและบูรณาการ
- กระทรวงการคลัง: ดูแลศุลกากรและด่านชายแดน
- กระทรวงยุติธรรม: ดำเนินคดีทางกฎหมาย
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: จับกุมและสืบสวน
นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนเจ้าของสิทธิและสถานทูตคู่ค้าที่ให้ความร่วมมือ สอดคล้องกับนโยบาย Trade Plus ของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการค้า สร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่แข็งแกร่ง
ความสำคัญของการปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม การละเมิดไม่เพียงทำลายรายได้เจ้าของสิทธิ แต่ยังลดความน่าเชื่อถือของไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ ผู้ประกอบการสุจริตต้องแข่งขันด้วยราคาที่สูงกว่าสินค้าปลอม ขณะที่ผู้บริโภคเสี่ยงอันตรายจากสินค้าคุณภาพต่ำ รัฐบาลจึงกำชับให้ยกระดับมาตรการทั้งป้องกันและปราบปราม โดยขยายผลถึงต้นตอ ปิดช่องโหว่ และเพิ่มการบังคับใช้กฎหมาย
ในอนาคต จะเสริมสร้างความตระหนักแก่ประชาชน พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ ปรับกฎหมายให้ทันสมัย และทำงานกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อลบเนื้อหาละเมิดทันที เป้าหมายคือทำให้ไทยมีระบบคุ้มครอง IP เทียบเท่าสากล ส่งเสริมการลงทุนในนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังคงเป็นความท้าทาย แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไทยจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรมได้แน่นอน
CTA: มาช่วยกันปกป้องเศรษฐกิจไทย โดยปฏิเสธสินค้าละเมิด! ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุน รายงานเบาะแสได้ที่ 1166 หรือกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้ลูกหลาน
ที่มา – “ทีมเศรษฐกิจ-ยุติธรรม” จับมือแถลงผลงานลุยปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเข้มงวด


