ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา จังหวัดปทุมธานีกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงขึ้นจากน้ำเหนือที่ไหลมาจากเขื่อนเจ้าพระยา รวมถึงน้ำทะเลหนุนและฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.) จึงได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะในวันที่ 9-12 ตุลาคมนี้ ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ปทุมธานี แจ้งเตือนประชาชน รับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน จับตา 9-12 ต.ค.
วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมปิยลาภ ชั้น 5 ของ อบจ.ปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นายกแจ๊ส” ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม เช่น นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี นายนพพร ขาวขำ รองนายก อบจ. และร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
การประชุมครั้งนี้มุ่งหาแนวทางป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบของการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มปริมาณขึ้น ประกอบกับระดับน้ำทะเลหนุนสูงและฝนตกหนัก อบจ.ปทุมธานีได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมวลน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาถึง 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 40-60 เซนติเมตร เมื่อรวมกับน้ำทะเลหนุนและน้ำฝนที่ตกลงมาอีก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่
เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ อบจ.ปทุมธานีได้เตรียมกระสอบทราย แบริเออร์กันน้ำ และโฟมหนุนของไว้สนับสนุน อปท. และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยสามารถนำไปเสริมแนวป้องกันน้ำได้ทันที นอกจากนี้ ยังได้รับงบประมาณ 300,000 บาทจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อจัดหาเครื่องตรวจไฟรั่วจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สำหรับแจกจ่ายให้พื้นที่เสี่ยง
ปทุมธานี แจ้งเตือนประชาชน รับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน ในช่วงวิกฤต
พลตำรวจโท คำรณวิทย์ กล่าวว่าจากข้อมูลดาวเทียมและข่าวสาร คาดว่าหลังวันที่ 3 ตุลาคม จังหวัดปทุมธานีจะเผชิญทั้งน้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำทะเลหนุน หากรวมกันอาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก จึงประสานชลประทานให้ตรึงมวลน้ำที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันปรับเพิ่มเป็น 2,300 และอาจถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นายก อบจ. จึงฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง จับตาสถานการณ์ และเก็บข้าวของขึ้นที่สูง
ปัจจุบัน อบจ.ปทุมธานีได้ตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยน้ำท่วม หากประชาชนได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ทันที ด้านนายกเทศมนตรีนครรังสิต ระบุว่าจากการติดตามสถานการณ์กว่า 1 เดือน ระดับน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังสูง ต้องเฝ้าระวังน้ำหนุนสูงสุดในวันที่ 9-12 ตุลาคม ก่อนจะลดลงหลังจากนั้น แต่ยังไม่แน่นอนเรื่องปริมาณน้ำเหนือที่อาจไหลมาเพิ่ม
สถานการณ์น้ำท่วมในปทุมธานีไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปีนี้ดูรุนแรงกว่าปกติเนื่องจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวได้ดีขึ้น เราขอแนะนำเคล็ดลับรับมือน้ำท่วม ดังนี้:
- ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง: หากบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา คลอง หรือพื้นที่ลุ่ม ควรวางแผนอพยพล่วงหน้า
- เก็บเสบียงและของใช้: เตรียมอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยา และเอกสารสำคัญไว้ในที่สูงหรือกระเป๋ากันน้ำ
- เสริมแนวกันน้ำ: ใช้กระสอบทรายหรือแบริเออร์ที่ อบจ. จัดเตรียม เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าบ้าน
- ติดตามข่าวสาร: ฟังประกาศจาก อบจ.ปทุมธานี ผ่านทางเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ
- เตรียมยานพาหนะ: จอดรถในที่สูงหรือใช้เรือสำรองหากจำเป็น
นอกจากนี้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ โดยเฉพาะในที่มืดหรือน้ำเชี่ยว เพราะอาจเกิดอันตรายจากกระแสน้ำแรงหรือสิ่งกีดขวางใต้น้ำ การมีเครื่องตรวจไฟรั่วที่แจกฟรีจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากไฟช็อตในช่วงน้ำท่วมได้อีกด้วย
จากประสบการณ์ในอดีต สถานการณ์แบบนี้มักทำให้ชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย หากทุกคนร่วมมือกันเตรียมพร้อม เราสามารถลดผลกระทบได้มาก ลองนึกภาพว่าถ้าปฏิบัติตามคำเตือนของ อบจ.ปทุมธานีตั้งแต่เนิ่นๆ พื้นที่เสี่ยงอย่างรังสิต คลองหลวง หรือลำลูกกาจะรอดพ้นจากน้ำท่วมหนักได้
สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนในปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อกองอำนวยการป้องกันน้ำท่วมของ อบจ.ปทุมธานีได้ทันที เพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย
ที่มา – ปทุมธานี แจ้งเตือนประชาชน รับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน จับตา 9-12 ต.ค.



