ปราบเซียนนครพิงค์ ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของฝ่ายปกครองที่เข้าตรวจค้นบ่อนการพนัน 2 แห่งใจกลางเมืองเชียงใหม่ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนักพนันและผู้เกี่ยวข้องได้มากกว่า 100 ราย พร้อมยึดเงินสด ชิปแทนเงินสด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
ปราบเซียนนครพิงค์ เปิดปฏิบัติการทลายบ่อนกลางเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมาย 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์”
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมุ่งหวังลดแหล่งอบายมุข สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่
รายละเอียดเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ่อนการพนัน 2 จุด ได้แก่ บ่อนภัทรวัลย์ ย่านสันติธรรม บริเวณชั้น 1 อาคารภัทรวัลย์เพลส ตำบลช้างเผือก และบ่อนศรีปิงเมือง ย่านหายา บริเวณศูนย์อาหารกาดเวียงพิงค์ ถนนศรีปิงเมือง ตำบลหายา
- บ่อนภัทรวัลย์: พบพื้นที่ลักษณะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ เปิดให้เล่นไฮโล ตู้ยิงปลา และบาคาร่า
- บ่อนศรีปิงเมือง: พบการเล่นพนันทายภาพสัตว์และน้ำเต้าปูปลา หรือมะโขกโหลก
- ระบบรักษาความปลอดภัย: มีการ์ด กล้องวงจรปิด และจุดตรวจค้นผู้เข้าใช้บริการ
- ระบบการเงิน: พบการโอนเงินผ่านคิวอาร์โค้ดเพื่อแลกชิปแทนเงินสด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งสองแห่งมีลักษณะเป็นบ่อนการพนันแบบถาวร ไม่ใช่บ่อนที่เปิดชั่วคราวหรือย้ายสถานที่ไปมา โดยมีการจัดเวรพนักงานและการ์ดมากถึง 3 กะต่อวัน นอกจากนี้ยังพบกล้องวงจรปิดหลายตัว เคาน์เตอร์ตรวจค้นร่างกาย และมาตรการยึดอุปกรณ์สื่อสารก่อนเข้าสถานที่
พบหลักฐานเปิดดำเนินการต่อเนื่องและมีเงินหมุนเวียน
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบสมุดบัญชี เอกสารรายรับรายจ่าย และหลักฐานการเงินย้อนหลัง โดยข้อมูลบางส่วนแสดงให้เห็นว่าสถานที่ดังกล่าวอาจเปิดดำเนินการต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีเอกสารย้อนหลังไปถึงปี 2565 เจ้าหน้าที่จึงเตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่อาจเกี่ยวข้อง
ในระหว่างการเข้าควบคุมพื้นที่ย่านสันติธรรม มีรายงานว่าพนักงานบางส่วนพยายามหลบหนีออกทางด้านหลังอาคาร โดยบางรายกระโดดลงจากชั้น 2 และทิ้งทรัพย์สินส่วนตัวไว้ เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมพื้นที่และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของพนักงานบ่อน หลังพบสายโทรศัพท์จากบุคคลที่แสดงชื่อ รูปภาพ และตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ระบุว่าประเด็นดังกล่าวจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และยังไม่ถือเป็นข้อสรุปว่าบุคคลใดมีความผิดจนกว่าการสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมจะเสร็จสิ้น
ผลจับกุมและของกลางจากปฏิบัติการปราบเซียนนครพิงค์
ผลการปฏิบัติการปราบเซียนนครพิงค์ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้มากกว่า 100 ราย ประกอบด้วยนักพนันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้จัดให้มีการเล่น 14 ราย ซึ่งมีบุคคลต่างด้าวรวมอยู่ด้วย และผู้สนับสนุนให้มีการเล่นอีก 4 ราย
- เงินสดและชิปแทนเงินสดรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
- อุปกรณ์สำหรับเล่นพนันหลายรายการ
- สมุดบัญชีและเอกสารแสดงรายการเงินหมุนเวียน
- สัญญาเช่าสถานที่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- โทรศัพท์มือถือและหลักฐานจากระบบกล้องวงจรปิด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 โดยพนักงานส่วนใหญ่ที่พบในสถานที่เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ทั้งนี้ ผู้ถูกควบคุมตัวจะได้รับการสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เตรียมขยายผลถึงเจ้าของบ่อนและผู้เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้ ฝ่ายปกครองจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด เอกสารบัญชี พยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาผู้เป็นเจ้าของ ผู้เช่าสถานที่ ผู้จัดให้มีการเล่น และผู้สนับสนุนในลำดับต่อไป
นายพลพีร์ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน การปฏิบัติการครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการจับกุมนักพนันเท่านั้น แต่ยังเป็นการตรวจสอบโครงสร้างการบริหาร เงินทุน และเครือข่ายที่อาจอยู่เบื้องหลังบ่อนการพนันด้วย
กรณี ปราบเซียนนครพิงค์ สะท้อนให้เห็นว่าการร้องเรียนของประชาชนมีส่วนช่วยให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบปัญหาในพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายควรติดตามผลการสอบสวนอย่างรอบด้าน และยึดหลักว่าผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด หากพบเบาะแสแหล่งอบายมุข ประชาชนควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่
ที่มา – ปราบเซียนนครพิงค์ “พลพีร์” บุกทลายบ่อนพนันเชียงใหม่ รวบนักพนัน 100 ราย ยึดเงินสดกว่า 2 ล้าน








