กองทัพเรือสั่งปลดระวาง “เรือหลวงปิ่นเกล้า เรือหลวงภูเก็ต เรือหลวงสมุย เรือหลวงสุริยะ” และเรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ 4 ลำ หลังปฏิบัติภารกิจมายาวนานจนมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก กองทัพเรือ ได้โพสต์ข้อความประกาศการปลดเรือประจำการหลังปฏิบัติหน้าที่อย่างยาวนาน ซึ่งเป็นการสิ้นสุดอายุการใช้งานของเรือรบหลายลำที่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน
กระทรวงกลาโหมได้ลงคำสั่งให้ปลดเรือของกองทัพเรือออกจากระวางประจำการ เนื่องจากเรือเหล่านี้มีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เรือที่ถูกปลดระวางประกอบด้วย:
- เรือหลวงปิ่นเกล้า 413 ประเภทเรือฟริเกต อายุ 66 ปี
- เรือหลวงภูเก็ต 333 ประเภทเรือเร็วโจมตีปืน อายุ 42 ปี
- เรือหลวงสมุย 832 ประเภทเรือบรรทุกน้ำมัน อายุ 78 ปี
- เรือหลวงสุริยะ 821 ประเภทเรือวางเครื่องหมายทางเรือ อายุ 46 ปี
- เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ล.14 อายุ 56 ปี, ล.110 อายุ 54 ปี, ล.111 อายุ 54 ปี, ล.136 และ ล.144
เรือเหล่านี้ได้ปฏิบัติภารกิจพิทักษ์อธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมาอย่างยาวนานและคุ้มค่า แม้ว่าจะมีการปลดระวางเรือเก่า แต่กองทัพเรือยังคงมีความจำเป็นในการจัดหากำลังทางเรือรุ่นใหม่มาทดแทน เพื่อดำรงไว้ซึ่งขีดความสามารถในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของประเทศต่อไป การปลดประจำการ เรือหลวงปิ่นเกล้า และเรืออื่นๆ เป็นไปตามวงรอบการใช้งาน
ปลดประจำการ เรือหลวงปิ่นเกล้า
การปลดประจำการเรือรบเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตามวงรอบอายุการใช้งาน แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าใจหายสำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่บนเรือเหล่านี้ รวมถึงผู้ที่ติดตามข่าวสารของกองทัพเรือมาโดยตลอด เรือหลวงปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นเรือฟริเกตที่มีอายุการใช้งานถึง 66 ปี ถือเป็นหนึ่งในเรือรบที่สำคัญของกองทัพเรือไทย และได้สร้างคุณูปการมากมายในการปกป้องอธิปไตยของชาติ
เรือหลวงปิ่นเกล้า: สัญลักษณ์แห่งการปกป้อง
เรือหลวงปิ่นเกล้า เป็นมากกว่าแค่เรือรบลำหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของกองทัพเรือไทยในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การปลดประจำการเรือหลวงปิ่นเกล้า จึงเป็นการปิดฉากหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญหน้าหนึ่งของกองทัพเรือ
การปลดประจำการ เรือหลวงปิ่นเกล้าครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนากองทัพเรือให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การจัดหาเรือรบรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าเรือหลวงปิ่นเกล้าและเรืออื่นๆ จะถูกปลดระวางไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่เรือเหล่านี้ได้สร้างไว้จะยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป การปลดประจำการ เรือหลวงปิ่นเกล้า ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดบทบาทของกองทัพเรือในการปกป้องประเทศ แต่เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการพัฒนากองทัพเรือให้มีความแข็งแกร่งและทันสมัยยิ่งขึ้น
ดังนั้น การปลดประจำการเรือหลวงปิ่นเกล้าและเรืออื่นๆ จึงเป็นโอกาสอันดีที่กองทัพเรือจะได้ทบทวนยุทธศาสตร์และปรับปรุงขีดความสามารถของตนเองให้พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่มา – ปลดประจำการ “เรือหลวงปิ่นเกล้า” หลังปฏิบัติภารกิจมายาวนานกว่า 66 ปี

