ภาคประชาชนยื่นหนังสือถึง “พรรคประชาชน” กระตุ้นให้ตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย ด้วยความกังวลเรื่องการแทรกแซงคดี “ฮั้ว สว.” และ “เขากระโดง” โดยเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบต่อการเมืองที่ไม่ปกติ
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 กลุ่ม “ประชาชนต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน 4 ภาค” ได้นำตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เพื่อเรียกร้องให้ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จัดตั้งโดยพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้อำนาจแทรกแซงคดีสำคัญ ได้แก่ คดี “เขากระโดง” และคดี “ฮั้ว สว.” ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน
ตัวแทนภาคประชาชนได้กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันมีความสับสนวุ่นวายอย่างมาก และมองว่าพรรคประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนให้พรรคเสียงข้างน้อยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ จึงเกิดคำถามว่าการกระทำดังกล่าวนี้ถือเป็นการ “การเมืองผิดปกติ” หรือไม่ และหากมีข้อตกลงที่อาจส่อเค้าขัดต่อรัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้คืนที่ดินเขากระโดงให้แก่การรถไฟฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคดี “ฮั้ว สว.” ก็ถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มผู้ยื่นหนังสือจึงเรียกร้องให้พรรคประชาชนทำหน้าที่ในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด รวมถึงสกัดกั้นการแทรกแซงคดีที่อาจเกิดขึ้น เพื่อรักษาความยุติธรรมและผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวม
ด้านนายภัณฑิล น่วมเจิม สส. พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับมอบหนังสือ ได้กล่าวย้ำว่าทางพรรคนั้นตระหนักถึงความกังวลของสังคมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดี “ฮั้ว สว.” ที่มีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้องในพรรคภูมิใจไทยถึง 91 คน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาอีก 138 คน ที่ได้รับหมายเรียกในคดีดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่
นายภัณฑิลได้ระบุเพิ่มเติมว่า พรรคประชาชนจะนำข้อเรียกร้องนี้ไปใช้ในการอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาล และหากมีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ ทางพรรคก็พร้อมที่จะพิจารณายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการบริหารประเทศ
พรรคประชาชนสอบรัฐบาล? หวั่นแทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.
ความกังวลเรื่องการแทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.
ประเด็นสำคัญที่ภาคประชาชนให้ความสนใจคือ การที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจใช้อำนาจแทรกแซงคดีสำคัญ ซึ่งรวมถึงคดีเขากระโดงและการฮั้ว สว. ซึ่งทั้งสองคดีนี้มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง หากมีการแทรกแซงเกิดขึ้นจริง จะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและระบบการเมืองโดยรวม
การตรวจสอบโดยพรรคประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบ
- คดี “เขากระโดง”: ประเด็นเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินและการใช้ประโยชน์
- คดี “ฮั้ว สว.”: ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การที่พรรคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา และความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง
การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย การที่ภาคประชาชนและพรรคการเมืองต่าง ๆ จับมือกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การสร้างจิตสำนึกและความเข้าใจในเรื่องการเมืองการปกครองที่ถูกต้องให้กับประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจและเลือกผู้แทนที่เหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศได้
พรรคประชาชนสอบรัฐบาล? หวั่นแทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา – ยื่นพรรคประชาชน สอบรัฐบาลภูมิใจไทย หวั่นแทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.



