พระฉี่ม่วง อ้างบิณฑบาตเจอยาบ้าเลยเก็บมาแบ่งกันเสพ จับสึกเกือบหมดวัด
เหตุการณ์พระฉี่ม่วงที่สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมไทยเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครนายกบุกตรวจวัดในพื้นที่อำเภอบ้านนา พบว่าพระลูกวัดจำนวนเกือบทั้งหมดในวัดแห่งหนึ่งเสพยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า สาเหตุมาจากการบิณฑบาตที่อ้างว่าเจอยาบ้ากระจัดกระจายบนพื้น เลยเก็บมาแบ่งกันเสพกันภายในวัด สุดท้ายจับสึกพระ 3 รูปทันที และส่งตัวเข้ารับการบำบัด
ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว พร้อมด้วยนายอำเภอบ้านนา นายบรรพต รัตนเกตุ และเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครนายก รวมถึงสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดเพื่อให้เป็นวัดสีขาวปลอดยาเสพติด โดยตรวจทั้งหมด 4 วัดในเขตอำเภอบ้านนา มีพระสงฆ์ทั้งสิ้น 25 รูปที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสารเสพติด
รายละเอียดการจับกุมพระฉี่ม่วงในวัดนครนายก
ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งวัดนี้มีพระสงฆ์ประจำอยู่ 7 รูป แต่ผลการตรวจฉี่เผยว่ามีพระ 3 รูปที่ตรวจพบสารเสพติด ได้แก่ พระจักรพงษ์ พระวิวัฒน์ และพระยศกร โดยเฉพาะพระจักรพงษ์ที่แสดงท่าทีมีพิรุธราวกับเพิ่งเสพยาเสพติดมา เจ้าหน้าที่จึงสอบถามทันทีว่าเสพมากี่เมื่อไหร่และได้ยามาจากไหน
พระจักรพงษ์สารภาพอย่างน่าตกใจว่าไม่ได้ซื้อหายาบ้ามา แต่บิณฑบาตแล้วเจอยาบ้ากระจัดกระจายบนพื้น เลยเก็บมาเสพและแบ่งให้พระรูปอื่นๆ ในวัดเสพด้วยกัน คำให้การนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับงงและยิ้มขำ เพราะเป็นมุกเดิมๆ ที่เคยพบในคดีคล้ายๆ กันมาก่อน จากนั้นจึงให้พระวินยาธิการดำเนินการสึกพระทั้ง 3 รูปทันที และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านนา เพื่อส่งเข้ารับการบำบัดรักษาและขยายผลหาต้นตอเพิ่มเติม
เหตุการณ์พระฉี่ม่วง อ้างบิณฑบาตเจอยาบ้าเลยเก็บมาแบ่งกันเสพ จับสึกเกือบหมดวัดนี้ สะท้อนปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดลึกเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างวัดวาอาราม ซึ่งปกติควรเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชน ยาเสพติดอย่างยาบ้าไม่เพียงทำลายสุขภาพร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและศีลธรรมของผู้เสพ โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่ควรเป็นแบบอย่างแก่สังคม การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวัดสีขาวปลอดยาเสพติดที่รัฐบาลผลักดัน เพื่อป้องกันไม่ให้วัดกลายเป็นแหล่งผลิตหรือจำหน่ายยาเสพติด
จากข้อมูลสถิติ พบว่าปัญหายาเสพติดในชุมชนชนบทอย่างนครนายกยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชายแดนที่ยาบ้าไหลเข้าจากเพื่อนบ้านจำนวนมาก โครงการตรวจวัดครั้งนี้ช่วยค้นพบและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ต้นทาง แต่ก็ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากพระสงฆ์และชาวบ้านในการเฝ้าระวัง หากปล่อยให้ยาเสพติดแพร่กระจายต่อไป อาจนำไปสู่การล้มเหลวของชุมชนทั้งหมด
- สาเหตุหลัก: การบิณฑบาตที่เสี่ยงพบยาเสพติดกระจัดกระจาย
- ผลกระทบ: สึกพระเกือบทั้งวัด สร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา
- มาตรการแก้ไข: ส่งบำบัดและขยายผลจับกุมเครือข่าย
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติดแนะนำว่าชาวบ้านควรรายงานเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยในวัดหรือชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย การศึกษาและให้ความรู้เรื่องอันตรายของยาบ้าควรถูกนำไปใช้ในโรงเรียนวัดและชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เยาวชน
ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าปัญหายาเสพติดไม่ได้เลือกสถานที่หรือสถานะทางสังคม แม้แต่ในวัดที่ควรบริสุทธิ์ก็ยังถูกคุกคาม เราต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อสังคมที่ปลอดภัย หากคุณมีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับปัญหานี้ สามารถแสดงความคิดเห็นด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียกัน
ที่มา – พระฉี่ม่วง อ้างบิณฑบาตเจอยาบ้าเลยเก็บมาแบ่งกันเสพ จับสึกเกือบหมดวัด


