นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาจี้พรรคประชาชน อย่าดีแต่พูดโจมตีรัฐบาลเพียงเพื่อเอาใจแฟนคลับ จี้ให้รีบจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาฯ พร้อมเย้ยหยันว่า หากมีข้อมูลมากจริง ก็ควรไล่บี้ให้ถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกของนายอนุทินที่สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้มีการหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเรื่องความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สแกมเมอร์) โดยนายอนุทินระบุว่าเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมระดมความร่วมมือจากทุกภูมิภาค
นายพร้อมพงศ์เรียกร้องให้นายอนุทินดำเนินการตามที่พูด เพราะพี่น้องคนไทยจำนวนมากต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง บางรายถึงขั้นจบชีวิตเพราะถูกหลอกลวง ปัญหานี้เป็นภัยร้ายแรงไม่ต่างจากยาเสพติด ทำลายคุณภาพชีวิต สังคม เศรษฐกิจ และนำไปสู่การก่ออาชญากรรมอื่นๆ เช่น ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ธุรกิจสีเทา สีดำ ซึ่งปัจจุบันลามมาถึงการเมือง ทำให้มีนักการเมืองบางคน บางพรรค ถูกตั้งข้อกล่าวหาจากสังคม
“ขอให้นายอนุทินสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำชาติต่างๆ และชาวโลกว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้ผู้ไม่หวังดีใช้เป็นแหล่งก่ออาชญากรรมไซเบอร์ สแกมเมอร์ ไม่ใช่ฐานฟอกเงินของพวกสีเทา สีดำ ปล่อยให้อาชญากรทำผิดกฎหมาย พร้อมร่วมมือทุกชาติเพื่อปราบปราม เอาผิดถึงตัวการใหญ่ไล่บี้ยึดทรัพย์ ถ้าใครเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง รัฐมนตรี ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร หรือชาวต่างชาติ หากทำผิดในประเทศไทย จะไม่มีการละเว้น จะบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรงเด็ดขาด ทำให้เห็นเป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อให้ชาวโลกและคนไทยมั่นใจว่ารัฐบาลภูมิใจไทยพูดแล้วทำจริง” นายพร้อมพงศ์กล่าว
“พร้อมพงศ์” จี้ ปชน. รีบจับมือเพื่อไทย ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองของรัฐบาลภูมิใจไทย ซึ่งหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าอาจอยู่ไม่ครบ 4 เดือน และอาจตัดสินใจยุบสภาก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ธันวาคม ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกโหวตล้มรัฐบาล หากพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติต่อประธานสภาฯ รัฐบาลจะไม่สามารถยุบสภาฯ ได้ ดังนั้นหากจะยุบสภาฯ ก็ต้องยุบก่อนวันดังกล่าว
- การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะสัญญากับพรรคประชาชน เดือนธันวาคมถือเป็นช่วงสำคัญ อาจมีการลงมติในวาระสาม หากยุบสภาฯ ก่อน กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการอยู่ก็จะไม่มีผล
- บางพรรคการเมืองได้จัดทัพข้าราชการ กลไกปกครอง และปัจจัยอื่นๆ พร้อมแล้ว จึงอาจอาศัยช่วงที่พรรคอื่นๆ ยังตั้งตัวไม่ทัน ยุบสภาฯ ทันทีเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง
พรรคส้ม vs. รัฐบาล: ดีแต่ปากหรือจริงใจ?
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคส้มดูเหมือนจะโจมตีรัฐบาลอนุทินและคนในรัฐบาลอย่างหนักหน่วง แต่หวังว่าคงไม่ใช่แค่การพูดเอาใจแฟนคลับ โดยเฉพาะการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากไม่มีนัยยะแอบแฝงหรือมุ่งประโยชน์ทางการเมืองเรื่องคะแนนเสียง ให้สมกับสโลแกน “มีเราไม่มีเทา จะปราบสีเทา สีดำ”
นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ สส. พรรคประชาชนทั้งพรรคเคยโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ แต่ไม่ยอมเข้าร่วมรัฐบาล และรักษาองค์ประชุมในสภาฯ มาโดยตลอด พร้อมท้าทายว่า หากเปิดประชุมสมัยหน้าในเดือนธันวาคม จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทินทันทีได้หรือไม่
จากการอภิปรายของ สส. พรรคประชาชนที่เปิดแผลหลายๆ เรื่อง เชื่อว่าพรรคส้มคงมีข้อมูลมากเพียงพอที่จะซักฟอกคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ และควรไล่บี้เรื่องต่างๆ ที่ตรวจสอบรัฐบาลอนุทินให้ถึงที่สุด โดยการยื่นเรื่องตามหน่วยงานต่างๆ ด้วย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีการเดินหน้าตรวจสอบจริง ไม่ได้ทำแค่เช็กเรตติ้งหรือมีแค่วาทกรรมเพื่อเรียกคะแนนเสียงเท่านั้น
การออกมาจี้ของนายพร้อมพงศ์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจที่พรรคเพื่อไทยมีต่อพรรคประชาชน และความต้องการที่จะเห็นการตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจัง การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเปิดโปงความผิดพลาดของรัฐบาล และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้หรือไม่
ที่มา – “พร้อมพงศ์” จี้ ปชน. รีบจับมือเพื่อไทย ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซัดอย่าดีแต่พูด


