จากกรณีที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ถูกพาดพิงจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรอง ผบ.ตร. ในหลายประเด็น ล่าสุด พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ออกมาแถลงข่าวเพื่อชี้แจงทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าจะใช้สิทธิ์ดำเนินคดีกับ “บิ๊กโจ๊ก” ที่ให้ร้ายตนเองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมองว่าการที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขุดคุ้ยความจริงในหลายเรื่อง ทำให้ความจริงปรากฏ
“พล.ต.ท.ไตรรงค์” แจงทุกข้อกล่าวหา ขอใช้สิทธิฟ้องกลับ “บิ๊กโจ๊ก”
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาในคดีของนักการเมืองรายหนึ่งว่า ตำรวจชุดจับกุมไม่มีการกลับคำให้การ และไม่ได้ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา ปัจจุบันตำรวจ PCT 4 ได้ดำเนินคดีต่อเนื่องใน 3 ท้องที่ ได้แก่ สภ.สงขลา (พ.ร.บ.เว็บพนัน และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน), สภ.หาดใหญ่ (พ.ร.บ.เว็บพนัน) และ สน.เพชรเกษม (พ.ร.บ.เว็บพนัน) โดยการจับกุมเป็นไปตามหลักฐานที่มี
ส่วนกรณีคดีบอสตาล ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่มีการดำเนินการนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้แจงว่า มีการจับกุมจริง โดยใช้เวลาสืบสวนเกือบ 1 ปี และศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก แต่ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ตั้งแต่ชั้นจับกุม ศาลจึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุกเพียง 8 เดือน นอกจากนี้ ปปง. ยังมีคำสั่งอายัดทรัพย์ชั่วคราวและส่งฟ้องในคดีแพ่งอีกด้วย
คดีเว็บพนันมินนี่ และความเชื่อมโยงกับ “บิ๊กโจ๊ก”
สำหรับคดีเว็บพนันมินนี่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ได้มีการขยายผลไปสู่คดี BNK Master ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กับพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยตำรวจได้ออกหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ คดีนี้มีการกล่าวหาว่ามีการช่วยเหลือมินนี่ แต่ตำรวจได้ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดหลายคน รวมถึงจับกุมคนใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต่อมาในปี 2566 ได้สืบสวนขยายผลและจับกุมเว็บพนันในพื้นที่ภาคอีสาน พบว่าเว็บพนันมีชื่อมินนี่ จึงออกหมายจับมินนี่กับพวก จากนั้นได้ขยายผลออกหมายจับคนใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปัจจุบันสำนวนคดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบของอัยการ
ในส่วนของคดี สจ.กอล์ฟ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายตำรวจ พลเมืองดีได้ส่งข้อมูลเว็บพนันมาให้ โดยคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ สจ.กอล์ฟ ตำรวจ สภ.สงขลา จึงสืบสวนและออกหมายจับ สจ.กอล์ฟกับพวก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สั่งฟ้องและส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษไปแล้ว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงผลการปฏิบัติงานในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ว่า ในช่วงนั้นมีการจับกุมคดีเว็บพนันสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า รวมแล้วกว่า 2,000 คดี และมีการตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท รวมถึงปิดกั้นเว็บพนันไปกว่า 140,000 URL หรือ 70 เปอร์เซ็นต์
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าสาเหตุที่ต้องมาแถลงข่าวที่บ้านพระอาทิตย์ เป็นการยืมมือนายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ตนเองแถลงข่าวทุกที่ แต่ประทับใจที่นายสนธิมีการขุดคุ้ยความจริงในหลาย ๆ เรื่อง
กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จับมือกันออกมาโจมตีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองว่ามีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และตำรวจชุด PCT 4 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ปัจจุบันคดีนี้อยู่ในชั้น ป.ป.ช. นอกจากนี้ การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการ ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกมาตอบโต้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่บางคนพูดว่า “ตำรวจคือองค์กรอาชญากรรม” เป็นการพูดเหมารวม ซึ่งไม่เป็นธรรม เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เหมือนองค์กรทั่วไปที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ตำรวจที่ดีและตั้งใจทำงานก็มีอยู่มาก โดยดูได้จากสถิติการลงทัณฑ์ทางวินัยของตำรวจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีตำรวจถูกลงทัณฑ์ทางวินัยกว่า 5,000 นาย และถูกลงโทษถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกกว่า 900 นาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง
สำหรับเรื่องการดำเนินคดีหรือฟ้องกลับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า จะขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดในเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้ที่พูดข้อมูลเท็จและผลิตซ้ำข้อมูลเดิม ๆ อย่างต่อเนื่อง
การออกมาแถลงข่าวของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่าทีที่แข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ หลังจากนี้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร
ที่มา – “พล.ต.ท.ไตรรงค์” แจงทุกข้อกล่าวหา ขอใช้สิทธิฟ้องกลับ “บิ๊กโจ๊ก”


