'พอล บียา' ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 8 ของแคเมอรูน

“พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก

“พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก วัย 92 ปี เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 8 ของแคเมอรูน หลังชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้น

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายพอล บียา ประธานาธิบดีแคเมอรูน วัย 92 ปี ผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในทวีปแอฟริกา และถือเป็นประมุขประเทศที่มีอายุมากที่สุดในโลก ได้เข้าพิธีสาบานตนดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศต่ออีก 7 ปี ที่รัฐสภาในกรุงยาอุนเด หลังชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนก่อน การกลับมาของ “พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก ครั้งนี้สร้างความกังขาให้กับหลายฝ่าย

โดยนายบียา ซึ่งอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 2525 หรือกว่า 43 ปี ชนะเลือกตั้งสมัยที่ 8 ด้วยคะแนนราว 54% ทิ้งห่างนายอิสซา ชีโรมา บาการี แข่งหลัก ที่ได้ 35% แต่นายบาการีปฏิเสธผลคะแนน โดยยืนยันว่าเขาต่างหากคือผู้ชนะตัวจริง พร้อมโจมตีทางการว่ามีการโกงเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว

หลังประกาศผลคะแนน กระแสความไม่พอใจปะทุเป็นการประท้วงทั่วประเทศ บางพื้นที่ลุกลามจนเกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่แถลงว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ แต่สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวในสหประชาชาติ ระบุยอดผู้ตายอาจสูงถึง 48 ศพ

ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้แคเมอรูนครั้งนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากภายในและนานาชาติ หลังนายบาการีปรากฏตัวหาเสียงเพียงครั้งเดียว แต่กลับคว้าชัยชนะและครองอำนาจต่อเป็นสมัยที่ 8 ท่ามกลางคำถามถึงความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งในประเทศ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญแคเมอรูนได้ปัดคำร้องร้องเรียนเรื่องการทุจริตเลือกตั้งทั้งหมด 8 ฉบับ โดยเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ หรืออยู่นอกอำนาจในการเพิกถอนผลเลือกตั้ง

“พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก

การที่ “พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายประเทศทั่วโลก การครองอำนาจที่ยาวนาน มักนำมาซึ่งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสและความยุติธรรมในการเลือกตั้ง ดังที่เกิดขึ้นในแคเมอรูน

ผลกระทบต่อแคเมอรูนและภูมิภาค

การดำรงตำแหน่งต่อของ “พอล บียา” อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของแคเมอรูน รวมถึงภูมิภาคโดยรอบ ความไม่พอใจของประชาชนและการประท้วงที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ

  • การพัฒนาเศรษฐกิจ: การลงทุนและความร่วมมือระหว่างประเทศอาจชะลอตัวลง หากความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงอยู่
  • สิทธิมนุษยชน: การจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม อาจเป็นประเด็นที่นานาชาติต้องจับตามอง
  • ความมั่นคงในภูมิภาค: ความขัดแย้งภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคแอฟริกากลาง

แม้ว่า “พอล บียา” จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนหนึ่ง แต่ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าคือ การสร้างความปรองดองและการแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมานาน การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างเท่าเทียม จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การที่ “พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก ยังคงได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศนั้น เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาถึงปัจจัยทางการเมืองและสังคมที่ซับซ้อนในแคเมอรูน การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – “พอล บียา” ประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในโลก สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 8 ของแคเมอรูน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: