ข่าวใหญ่ในวงการการเมืองและโครงสร้างพื้นฐานของไทย เมื่อ พิพัฒน์-สุชาติ เตรียมลงพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและยืนยันความพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะท่ามกลางกระแสคัดค้านจากชาวภาคใต้ที่กำลังจะยื่นหนังสือต่อ ส.ส. 14 จังหวัด สร้างความสนใจให้กับประชาชนและนักลงทุนจำนวนมาก
“พิพัฒน์-สุชาติ” เตรียมลงพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ ยันพร้อมรับฟังทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยแผนการลงพื้นที่ภาคใต้ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เพื่อตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยทั้งคู่ย้ำชัดว่าจะเปิดรับฟังทุกความเห็น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือคัดค้าน
โครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และสำคัญอย่างไร
โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge เป็นโครงการเชื่อมโยงแผ่นดินจากฝั่งอ่าวไทยสู่ทะเลอันดามัน โดยพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 แห่งที่จังหวัดชุมพรและนครศรีธรรมราช พร้อมระบบรถไฟความเร็วสูงและทางหลวงพิเศษ เพื่อลดระยะเวลาขนส่งสินค้าทางทะเลจากมหาสมุทรอินเดียไปยังแปซิฟิกให้สั้นลงกว่าคอคอดกระเกือบครึ่งหนึ่ง คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล สร้างงานนับหมื่นตำแหน่ง และยกระดับภาคใต้ให้เป็นฮับโลจิสติกส์ชั้นนำของอาเซียน
- ประโยชน์หลัก: ลดต้นทุนขนส่ง ลดเวลาเดินเรือจาก 10-15 วันเหลือ 2-3 วัน
- การลงทุน: มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท รัฐและเอกชนร่วมทุน
- ผลกระทบ: พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังเผชิญเสียงค้านจากกลุ่มชาวบ้านและนักสิ่งแวดล้อมใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเล ชุมชนประมงพื้นบ้าน และการเวนคืนที่ดิน ซึ่งชาวบ้านวางแผนยื่นหนังสือคัดค้านต่อ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยในโอกาสนี้
ท่าทีของพิพัฒน์-สุชาติ ต่อกระแสคัดค้าน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีดังกล่าว นายพิพัฒน์ตอบอย่างชัดเจนว่า พร้อมรับฟังทุกฝ่าย แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและเปิดกว้างของรัฐมนตรีทั้งสอง ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกในการแก้ไขข้อขัดแย้ง นอกจากนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังรวมถึงการประชุมหารือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ และตัวแทนชุมชน เพื่อประเมินความคืบหน้าของ EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม) และแผนชดเชยที่เหมาะสม
พิพัฒน์-สุชาติ เตรียมลงพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ จึงไม่ใช่แค่การตรวจราชการธรรมดา แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หากรัฐบาลสามารถคลายข้อกังวลได้ โครงการนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของไทยในยุคดิจิทัลและการค้าเสรี
อนาคตของโครงการแลนด์บริดจ์หลังลงพื้นที่
หลังการลงพื้นที่ คาดว่ารัฐมนตรีจะนำข้อมูลกลับไปปรับปรุงแผน โดยอาจเร่งรัดกระบวนการ EIA ให้โปร่งใสยิ่งขึ้น รวมถึงจัดตั้งกองทุนชดเชยสำหรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีแผนเชื่อมโยงกับโครงการ EEC และระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เพื่อเสริมศักยภาพการส่งออกของไทย
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการแลนด์บริดจ์มีศักยภาพสูงที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าภาคใต้ แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน หากทำได้ดี จะเป็นต้นแบบโครงการใหญ่ที่ยั่งยืน คุณคิดอย่างไรกับ พิพัฒน์-สุชาติ เตรียมลงพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!
ที่มา – “พิพัฒน์-สุชาติ” เตรียมลงพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ ยันพร้อมรับฟังทุกฝ่าย




