สวัสดีครับชาวบล็อกทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับเรื่องร้อนในวงการเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของไทยกันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ สุชาติ แนะทำรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย ก่อนจะไปทำโครงการแลนด์บริดจ์ใหญ่โตนั่นเอง เป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก เพราะช่วยให้ไทยเชื่อมต่อกับจีนได้เร็วขึ้น ลดต้นทุน และไม่เสียโอกาสในการค้าขายครับ
สุชาติ แนะทำรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย ก่อนแลนด์บริดจ์ ชี้เร็วกว่า
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ความเห็นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ว่า โครงการแลนด์บริดจ์ หรือสะพานเศรษฐกิจที่เชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทยผ่านภาคใต้ของไทยนั้น อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะต้องมีการขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือ 2 ครั้ง หรือ Double Handling ซึ่งต้องใช้รถไฟจำนวนมาก ส่งผลให้ต้นทุนสูงและช้า
แทนที่จะรีบทำแลนด์บริดจ์ สุชาติเสนอให้ทำสุชาติ แนะทำรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย เป็นเฟสแรก จากเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน ผ่านลาว เข้าสู่ไทย จนถึงท่าเรือระนองทางฝั่งอันดามัน โดยยกระดับท่าเรือระนองให้ได้มาตรฐานสากล สินค้าจากจีนสามารถขนด้วยรถไฟความเร็วสูงมาถึงเวียงจันทน์ แล้วต่อไประนอง ขนถ่ายขึ้นเรือส่งไปจีนหรือจุดอื่นๆ ได้โดยตรง เร็วกว่าทางทะเลหลายเท่า และลงทุนถูกกว่ามาก!
ทำไมสุชาติถึงแนะรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทยก่อน?
งานวิชาการหลายชิ้นชี้ว่า แลนด์บริดจ์ไม่เวิร์คเท่าที่คิด ถ้าจะเชื่อม 2 มหาสมุทร ควรทำคลองลอยแบบคลองปานามา หรือขุดคลองจริงๆ แต่ตอนนี้ สุชาติ แนะทำรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย เพื่อทดลองดูความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศก่อน แล้วค่อยขยับไปเฟส 2 คือแลนด์บริดจ์ รัฐบาลมณฑลยูนนานเคยเสนอลงทุนโครงการนี้มาแล้ว สุชาติเคยคุยตรงกับรองผู้ว่าฯ ยูนนานด้วย
ที่สำคัญ รัฐบาลไทยควรรีบสร้างเส้นรถไฟจีน-ลาว-ไทยให้เสร็จและเปิดใช้งานเร็วๆ นี้เลยครับ เพราะตอนนี้ช้ามาก เสียโอกาสไปเยอะ ช่วงจากเวียงจันทน์ข้ามมาอุดรธานีและนครราชสีมา สามารถให้จีนช่วยทำได้ โดยแลกกับการซื้อสินค้าเกษตรไทยแบบ Barter Trade เช่น ข้าว ผลไม้ ยางพารา เป็นต้น จะ win-win กันทั้งคู่
ประโยชน์ของโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย
- ขนส่งเร็วขึ้น: สินค้าและน้ำมันไป-กลับจีนได้ไว ไม่ต้องอ้อมทะเล
- ลงทุนต่ำกว่า: ไม่ต้องสร้างโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ต่อยอดจากรถไฟจีน-ลาวที่มีอยู่
- ลด double handling: ขนถ่ายน้อยลง ต้นทุนต่ำ
- กระตุ้นเศรษฐกิจ: สร้างงาน เพิ่มการค้าชายแดน สินค้าไทยเข้าจีนง่าย
- ยกระดับท่าเรือระนอง: กลายเป็นฮับสำคัญทางใต้
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาทางทะเลที่เสี่ยงต่อพายุหรือปัญหาช่องแคบมะละกา ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของไทยแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าส่งออกไปจีนที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของเรา ลองนึกภาพรถไฟพุ่งจากคุนหมิงตรงดิ่งมาถึงระนอง สินค้าถึงมือไวแค่ไหน!
ในมุมมองของผม โครงการนี้เป็นทางเลือกที่ฉลาดและปฏิบัติได้จริง รัฐบาลควรฟังเสียงผู้เชี่ยวชาญอย่างสุชาติให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ไทยพลาดโอกาสในยุค BRI (Belt and Road Initiative) ของจีน คุณล่ะครับคิดอย่างไรกับไอเดียสุชาติ แนะทำรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!
สุดท้ายนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน ถ้าเราทำถูกจังหวะ ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลาง物流ของอาเซียนแน่นอนครับ
ที่มา – “สุชาติ” แนะทำรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย ก่อนทำ “แลนด์บริดจ์” ชี้ ขนส่งเร็วกว่า


