รมต.กลาโหมมาลี เสียชีวิตหลังคนร้ายโจมตีค่ายทหารทั่วประเทศ เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนวงการการเมืองและความมั่นคงในแอฟริกาตะวันตก เมื่อพลเอกซาดิโอ กามารา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของมาลี สิ้นชีพท่ามกลางการโจมตีแบบประสานงานจากกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม สร้างความช็อกให้กับรัฐบาลทหารที่ปกครองประเทศมาลีอยู่ในขณะนี้
รมต.กลาโหมมาลี เสียชีวิตหลังคนร้าย โจมตีค่ายทหารทั่วประเทศ
ตามรายงานจากสำนักข่าวอัลจาซีรา เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 แหล่งข่าวหลายรายยืนยันว่า พลเอกกามาราเสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์โจมตีหลายจุดที่มุ่งเป้าไปยังค่ายทหารทั่วประเทศมาลี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกลุ่มติดอาวุธ “จามาอัต นุสรัต อัล-อิสลาม วัล-มุสลิมิน” (JNIM) ซึ่งเป็นพันธมิตรของอัลกออิดะห์ ร่วมกับกลุ่มกบฏ “ตัวเร็ก” (Tuareg) เปิดปฏิบัติการบุกโจมตีพร้อมกันในหลายพื้นที่ รวมถึงบ้านพักส่วนตัวของพลเอกกามาราในเมืองกาติ (Kati) ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญ
พลเอกกามาราเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลทหารที่ขึ้นสู่อำนาจหลังรัฐประหารต่อเนื่องในปี 2563 และ 2564 เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีอิทธิพลสูงสุดและมีโอกาสเป็นผู้นำประเทศในอนาคต นิโคลัส ฮาค ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราอธิบายว่า การโจมตีครั้งนี้ใช้ระเบิดคาร์บอมบ์ถล่มบ้านพักของเขาในเมืองกาติ ซึ่งตั้งห่างจากกรุงบามาโกประมาณ 15 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น โดยยังเป็นที่พักของประธานาธิบดีเฉพาะกิจ อัสสิมิ โกอิตาด้วย
รายละเอียดการโจมตีค่ายทหารที่นำไปสู่การเสียชีวิตของรมต.กลาโหมมาลี
แม้กาติจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัยที่สุดในมาลี แต่กลุ่ม JNIM และนักรบตัวเร็กจากแนวร่วมปลดปล่อยอาซาวัด (FLA) สามารถแทรกซึมและโจมตีได้สำเร็จ ประธานาธิบดีโกอิตาโชคร้ายรอดชีวิตและถูกย้ายไปยังที่ปลอดภัยทันที โดยยังคงบัญชาการกองทัพต่อไป นอกจากนี้ กลุ่มติดอาวุธยังบุกโจมตีจุดยุทธศาสตร์อื่นๆ เช่น กรุงบามาโก เมืองกาโอ คีดัลทางตอนเหนือ และเซวารีในภาคกลาง บางพื้นที่ยังมีการปะทะต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
นายบูลามา บูการ์ตี นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง ชี้ว่า เหตุการณ์ รมต.กลาโหมมาลี เสียชีวิตหลังคนร้ายโจมตีค่ายทหารทั่วประเทศ อาจนำไปสู่การสู้รบเพื่อแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ดุเดือดยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ กลุ่ม JNIM และตัวเร็กที่เคยเป็นศัตรูกัน กลับจับมือกันโจมตีรัฐบาลมาลีตามข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว แม้เป้าหมายของทั้งสองกลุ่มจะต่างกัน แต่ศัตรูร่วมคือรัฐบาลทหารที่อ่อนแอลงจากปัญหาภายใน
มาลีกำลังเผชิญวิกฤตความมั่นคงมานานหลายปี ตั้งแต่การก่อรัฐประหารครั้งแรกในปี 2563 ที่นำโดยกองทัพต่อต้านอิทธิพลของฝรั่งเศสและกลุ่มนักรบอิสลามิสต์ การถอนกำลังของสหประชาชาติและพันธมิตรตะวันตก ทำให้กลุ่มติดอาวุธอย่าง JNIM ขยายอิทธิพลได้มากขึ้น ปัจจุบัน มาลีพึ่งพากองกำลังรัสเซียอย่างวาเกนเนอร์ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เต็มที่
- การโจมตีครั้งนี้แสดงถึงความสามารถของกลุ่มก่อการร้ายในการประสานงานข้ามกลุ่ม
- รัฐบาลทหารสูญเสียผู้นำสำคัญ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายใน
- ประชาชนในมาลีอาจเผชิญความรุนแรงที่รุนแรงขึ้นในอนาคตอันใกล้
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะเทือนรัฐบาลมาลีเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่มั่นคงในภูมิภาคซาเฮล ที่กลุ่มอิสลามิสต์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การเสียชีวิตของรมต.กลาโหมมาลีอาจจุดชนวนความขัดแย้งใหม่ๆ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งเสริมสร้างกองทัพและหาพันธมิตรใหม่
ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ รมต.กลาโหมมาลี เสียชีวิตหลังคนร้ายโจมตีค่ายทหารทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทหารมาลีต้องปรับยุทธศาสตร์ด่วน ควรเน้นการเจรจากับกลุ่มกบฏบางส่วนควบคู่ไปกับการปราบปราม เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืน ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!
ที่มา – รมต.กลาโหมมาลี เสียชีวิตหลังคนร้าย โจมตีค่ายทหารทั่วประเทศ


