ในวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ อย่างเป็นทางการ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิรูประบบการศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ และเชื่อมต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารกระทรวง ผู้แทนพรรคการเมือง ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ดำเนินการประชุม โดยอ้างอิงจากมติรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ซึ่งกำหนด 5 ภารกิจหลักเพื่อก้าวใหม่ของการศึกษาไทย ได้แก่ ภาระงานครู ความเหลื่อมล้ำงบประมาณ หลักสูตรและการเรียนการสอน ความปลอดภัยในสถานศึกษา และร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่
กรอบ 3 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน
สกศ.ได้จัดทำกรอบ 3 แนวทางเพื่อหาจุดลงตัวในการเดินหน้า โดยแต่ละแนวทางมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน:
- แนวทางที่ 1: ยืนยันการเสนอร่าง 660/2564 ที่เคยผ่าน สคก. แล้ว เพิ่มข้อสังเกต ทำให้เดินหน้าได้เร็ว แต่เนื้อหาหลายมาตรา
- แนวทางที่ 2: แก้ไข พ.ร.บ.ปี 2542 เสริมจุดแข็ง ลดจุดอ่อน เข้าพิจารณาใหม่ ใช้เวลาน้อยกว่าเริ่มใหม่ทั้งหมด
- แนวทางที่ 3: จัดทำร่างใหม่ทั้งหมด กระชับ ยืดหยุ่น สอดคล้องบริบทสมัยใหม่ แต่ใช้เวลานาน
ที่ประชุมแลกเปลี่ยนอย่างกว้างขวาง ชี้ท้าทายแต่ละแนวทาง เสนอตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษ ส่งเสริมทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ปรับยืดหยุ่นให้ทันสังคมและเทคโนโลยี เชื่อมโยงกฎหมายลูก นโยบายหลักสูตรที่สอดคล้องโลกปัจจุบัน
นายประเสริฐ แถลงปิดท้ายว่าการขับเคลื่อนรมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ จะสรุปข้อคิดเห็นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม เพื่อกฎหมายคุณภาพ หลักการชัด ลดซับซ้อน ปฏิบัติจริงได้ และผลักดันให้สำเร็จเร็ว
การปฏิรูปนี้สำคัญมาก เพราะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติคือรากฐานระบบศึกษาไทย จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้เด็กไทยแข่งขันโลกได้ หากแนวทางที่ 3 ได้รับการเลือก อาจนำหลักสูตรดิจิทัล AI และทักษะอนาคตมาใช้เต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เน้นการศึกษาเพื่ออนาคต ทุกฝ่ายควรติดตามและมีส่วนร่วม เพื่อให้กฎหมายนี้ตอบโจทย์สังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ในมุมมองผู้เขียน การมีคณะกรรมการชุดพิเศษเป็นไอเดียดี จะเร่งรัดกระบวนการและรวมเสียงทุกฝ่ายได้ ลองคิดดูสิ ถ้ากฎหมายใหม่นี้สำเร็จ เด็กไทยจะได้เรียนในระบบที่ทันสมัยแค่ไหน
คุณคิดอย่างไรกับ 3 แนวทางนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจการศึกษามากขึ้น!
ที่มา – รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่


