คดีดัง! ตำรวจรวบแล้วมือปืนยิง “เสี่ยเปี๊ยก” คนดังนครปฐม พร้อมเปิดเผยพฤติการณ์สุดเหี้ยมและขั้นตอนการจับกุม เตรียมขยายผลหาผู้บงการ หลังผู้ต้องหารับสารภาพฆ่าล้างหนี้ 130 ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 นครปฐม ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง และผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เข้าร่วม
การแถลงข่าวครั้งนี้ครอบคลุมสองคดีหลัก คดีแรกคือการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด “แก๊งยุ่งโพธาราม” ซึ่งมี ยุ่ง ชินอักษร อายุ 42 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยแก๊งนี้ลักลอบขนยาบ้าจำนวน 4.1 ล้านเม็ด จากจังหวัดสุพรรณบุรีลงสู่ภาคใต้ โดยใช้รถยนต์ 3 คันในการขนส่ง ซึ่งถูกชุดสืบสวนภาค 7 กอง 2 จับกุมได้พร้อมของกลาง บริเวณถนนเพชรเกษม สี่แยกปากท่อ ราชบุรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 03.00 น. ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
รวบแล้วมือปืนยิง “เสี่ยเปี๊ยก” คนดังนครปฐม
อีกคดีหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวนครปฐมคือคดียิงเสี่ยเปี๊ยก หรือ นายระวี อารยวันเวช อายุ 75 ปี นักธุรกิจชื่อดัง ขณะจอดรถเพื่อเดินเข้าร้านอาหารของภรรยา คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงเข้าที่ท้องและศีรษะ อาการสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 18.30 น. บริเวณหน้าร้านอาหารดอกไม้ป่า ริมถนนราชมรรคา
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 2 คน คือ มือปืน และผู้ติดต่อจัดหามือปืน โดยมือปืนคือ นายอาภากร หรือ รักษ์ เจริญลาภ อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดเพชรบุรี ส่วนผู้ติดต่อมือปืนคือ นายวรวิทย์ หรือ บอย เบ็ยพาด อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี
นายวรวิทย์ อดีตเคยเป็นตำรวจ แต่ลาออกจากราชการเนื่องจากไม่พอใจที่ถูกสั่งย้าย ส่วนนายอาภากร มีประวัติเป็นมือปืนรับจ้าง เคยต้องโทษในคดียิงนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเสียชีวิตเมื่อปี 2549 และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน
เบื้องหลังการจับกุมมือปืนยิง “เสี่ยเปี๊ยก” คนดังนครปฐม
จากการสืบสวนพบว่า นายวรวิทย์เป็นผู้จัดหามือปืน และติดต่อให้นายอาภากรมารับงานนี้ โดยตกลงค่าจ้าง 1.85 ล้านบาท โดยได้รับเงินมัดจำล่วงหน้า 5 หมื่นบาท
นายวรวิทย์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐานและพฤติกรรมของเสี่ยเปี๊ยกแก่นายอาภากร จากนั้นนายอาภากรได้ลงมือยิงเสี่ยเปี๊ยกตามแผนที่วางไว้ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป
พล.ต.ต.พิทักษ์ เผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตำรวจสกัดจับและตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนพบภาพคนร้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าในซอยเปลี่ยว ก่อนหลบหนีไปทางจังหวัดราชบุรี
ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า นายอาภากรมีประวัติเป็นมือปืน และมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด จึงติดตามจับกุมและตรวจค้นบ้านพัก พบอาวุธปืนขนาด 11 มม. กระสุน และเสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ
นายอาภากรให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงเสี่ยเปี๊ยกจริง โดยได้รับการว่าจ้างจากนายวรวิทย์ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้บงการ ทราบเพียงว่าเป็นการฆ่าล้างหนี้ 130 ล้านบาท
ต่อมาตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายวรวิทย์ และจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี แต่นายวรวิทย์ปฏิเสธที่จะให้การใดๆ
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ยังเผยอีกว่า ทาง ผบช.ภ.7 ได้มีคำสั่งให้สืบสวนติดตามจับกุมผู้จ้างวานรายนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน ขณะนี้กำลังส่งตำรวจออกสืบสวนหาที่มาที่ไปของการจ้างฆ่าที่นายวรวิทย์บอกกับมือปืนว่าฆ่าล้างหนี้ลูกพี่สั่งมา ขณะนี้พอได้เค้าแล้วว่า เสี่ยเปี๊ยกนี้มีธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างมหาศาล คือเรื่องเหมืองแร่ หรือบรรทุกหิน และเท่าที่สอบสวนพบว่าธุรกิจนี้กำลังมีปัญหาเรื่องการยักยอกเงินหุ้นส่วนเป็นร้อยล้าน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าที่ไหน รอให้ชัดเจนก่อน จะเข้าจับกุมทันที เรื่องนี้คือการฆ่าล้างหนี้เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น
คดีมือปืนยิง “เสี่ยเปี๊ยก” คนดังนครปฐม เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชน การจับกุมผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่การติดตามจับกุมผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังยังคงเป็นภารกิจที่สำคัญต่อไป
การสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการที่แท้จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว นอกจากนี้ การป้องกันเหตุอาชญากรรมในลักษณะนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ที่มา – รวบแล้วมือปืนยิง “เสี่ยเปี๊ยก” คนดังนครปฐม ตร. เผยพฤติการคนร้าย – ขั้นตอนจับกุม




