กระแสวิจารณ์คอนเทนต์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาทของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย ชาวสวนทุเรียนทั่วประเทศต่างทัวร์ลงอย่างหนัก เพราะราคาดังกล่าวต่ำเกินจริง สร้างผลกระทบต่อราคาตลาดและกำลังใจของเกษตรกร ล่าสุด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” โดยนายพศิน ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน เรียกร้องให้รัฐบาลเลิกมุ่งทำคอนเทนต์การตลาด แต่หันมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแทน เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่ยั่งยืน
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี”
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 28 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายพศิน ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนยินดีที่ผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่รับฟังปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำ ซึ่งตนเคยยื่นญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่ชี้นำราคาทุเรียนลูกละ 100 บาท ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงของทุเรียนภาคตะวันออกที่เป็นเกรดพรีเมียม ต้นทุนการผลิตสูงมาก ราคาตลาดจริงอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-200 บาท การนำเสนอราคาต่ำเกินจริงทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด สร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อกลไกตลาด และส่งผลเสียต่อเกษตรกรในระยะยาว
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” ย้ำว่าชาวสวนทุเรียนรักผลผลิตเหมือนลูก ต้องเฝ้าดูแลอย่างหนักหน่วงตลอดปี ลำพังค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรง ก็แทบไม่คุ้มทุนแล้ว การที่รัฐมนตรีเข้าร่วมเฟรมขายในราคานั้น ยิ่งทำให้เกษตรกรรู้สึกไม่ได้รับการสนับสนุน รัฐบาลควรสื่อสารด้วยความเข้าใจหัวอกเกษตรกรจริงๆ มากกว่าการทำคอนเทนต์เพื่อภาพลักษณ์
ผลกระทบจากการขายทุเรียนลูกละ 100 บาท
ทุเรียนไทยเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะการส่งออกไปจีนและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องรักษามาตรฐานคุณภาพสูงเพื่อแข่งขันในตลาดโลก แต่คอนเทนต์ดังกล่าวทำให้เกิดความสับสน เกษตรกรหลายรายเปิดเผยว่าทุเรียนลูกใหญ่หนัก 3-5 กิโลกรัม หากขายลูกละ 100 บาท เท่ากับกิโลกรัมละ 20-30 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจริงหลายเท่า ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้ราคาตก แต่ยังลดขวัญกำลังใจเกษตรกรให้เลิกปลูกหรือลดคุณภาพผลผลิต สุดท้ายผู้บริโภคไทยก็ได้รับทุเรียนด้อยคุณภาพเช่นกัน
ข้อเสนอแนะ 3 ด้านเพื่อแก้ปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืน
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางเชิงโครงสร้าง 3 ด้านหลัก เพื่อสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกร โดยไม่ใช่แค่การโปรโมตชั่วคราว แต่เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้
- การควบคุมคุณภาพ: รัฐบาลต้องเข้มงวดมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GMP (Good Manufacturing Practice) เพื่อให้ทุเรียนไทยรักษาตำแหน่งพรีเมียมในตลาดโลก การรับรองมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและเปิดตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น
- การจัดการทรัพยากร: เร่งบริหารจัดการน้ำชลประทานให้มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาภัยแล้งที่กระทบการผลิต และแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรมีเอกสารสิทธิ์ชัดเจน เพื่อความมั่นคงในการลงทุนระยะยาว
- การลดต้นทุน: ควบคุมราคาปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่เกษตรกรแบกรับหนัก สนับสนุนโครงการลดต้นทุนผ่านเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เช่น ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ เพื่อให้ชาวสวนมีกำไรที่แท้จริง
มุมมองต่อการสื่อสารของรัฐบาล
แม้การทำคอนเทนต์เพื่อโปรโมตสินค้าเกษตรจะเป็นเรื่องดี แต่ต้องตั้งบนพื้นฐานความจริง ไม่อย่างนั้นจะย้อนศรให้เกษตรกรเดือดร้อน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลหันมาโฟกัสปัญหาหลักเหล่านี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมทุเรียนไทยเติบโตอย่างมั่นคง
ในมุมมองของผู้เขียน การวิจารณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลต้องใกล้ชิดเกษตรกรมากขึ้น แทนที่จะใช้โซเชียลมีเดียแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สุดท้ายเกษตรกรคือหัวใจของเศรษฐกิจไทย หากพวกเขายิ้มได้ ประเทศเราก็แข็งแกร่ง คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง!
ที่มา – รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” อย่ามุ่งแต่ทำคอนเทนต์เน้นการตลาด ขายทุเรียนลูกละ 100


