รัฐบาลโต้ 'เพ็ญโบนา' โกหกหน้าตาย เรียกร้องรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาเร่งเปิดประชุมด่วน

รัฐบาลโต้ “เพ็ญโบนา” โกหกหน้าตาย เร่งเปิดประชุมด่วน

จากกรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการกล่าวอ้างเรื่องการวางทุ่นระเบิด ล่าสุด นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้ออกมาตอบโต้ นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า “เพ็ญโบนา” โกหกหน้าตาย ปฏิเสธเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาเปิดประชุมด่วนเพื่อพิจารณาปัญหาการละเมิดข้อตกลงและตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ซื้อขายทุ่นระเบิด

นายจิรายุกล่าวว่า การที่รัฐบาลกัมพูชาออกมาปฏิเสธเช่นนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจและเป็นการโกหกซ้ำซาก หากกัมพูชาไม่ได้วางทุ่นระเบิดจริง เหตุใดจึงปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงที่เสนอโดยประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ซึ่งมีข้อเสนอสำคัญสองประการ ได้แก่ การจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ค้ามนุษย์ และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ข้อเสนอนี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาพูด เพราะหากไม่ได้เป็นผู้วางทุ่นระเบิด เหตุใดจึงไม่ยอมรับข้อตกลงนี้

รัฐบาลโต้ “เพ็ญโบนา” โกหกหน้าตาย เร่งเปิดประชุมด่วน

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง

รัฐบาลไทยเรียกร้องอะไร?

นายจิรายุได้เรียกร้องให้รัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาเปิดประชุมด่วนเพื่อพิจารณากรณีกัมพูชาละเมิดข้อตกลงสนธิสัญญาเรื่องกับระเบิดบุคคล เพื่อป้องกันการสูญเสียเพิ่มเติมและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนหลังข้อตกลงหยุดยิง 7 สิงหาคม 2568 ซึ่งยังคงพบการวางกับระเบิดจำนวนมากในเขตอธิปไตยของประเทศไทย การดำเนินการอย่างเร่งด่วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ นายจิรายุยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนเพื่อเปิดเผยแหล่งที่มาของผู้ผลิตและเส้นทางการเงินของการซื้อขายทุ่นระเบิดดังกล่าว การตรวจสอบเส้นทางการเงินจะช่วยให้สามารถระบุตัวผู้สั่งซื้อกับระเบิดสังหารบุคคลจำนวนมากที่นำมาใช้ในภูมิภาคนี้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่การป้องกันและปราบปรามการใช้ทุ่นระเบิดในอนาคต

“เพ็ญโบนา” โกหกหน้าตาย เป็นคำกล่าวหาที่รุนแรง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ การแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน การเจรจาและการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความเข้าใจและความร่วมมือที่แท้จริง

สถานการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของอนุสัญญาออตตาวาในการห้ามใช้ ผลิต สะสม และถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การปฏิบัติตามอนุสัญญาอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกประเทศ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและผลกระทบระยะยาวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ประเทศไทยในฐานะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการวางทุ่นระเบิด ควรมีบทบาทนำในการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการอย่างโปร่งใส ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด การแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลโต้ “เพ็ญโบนา” โกหกหน้าตาย เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความจริงจะปรากฏ และความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการสอบสวนอย่างละเอียดและเปิดเผยเท่านั้น

ที่มา – รัฐบาลโต้ “เพ็ญโบนา” โกหกหน้าตาย เรียกร้องรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาเร่งเปิดประชุมด่วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: