กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. โดยล่าสุด ลิซ่ายันหลักฐานชัด ปธ.กสทช.ขาดคุณสมบัติ จี้มหิดลเปิดข้อมูล ให้ทางกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบให้กระจ่าง เพื่อความโปร่งใสขององค์กรอิสระที่ทรงอิทธิพลต่อสื่อสารมวลชนไทย
ลิซ่ายันหลักฐานชัด ปธ.กสทช.ขาดคุณสมบัติ จี้มหิดลเปิดข้อมูล
คุณภคมน หนุนอนันต์ หรือ ‘ลิซ่า’ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ได้ออกมาเคลื่อนไหวสำคัญ โดยยืนยันว่าทาง กมธ. มีเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์ที่บ่งชี้ว่า ศ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. อาจมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งขัดแย้งกับรายงานผลการสอบสวนของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ออกมาก่อนหน้านี้
รายละเอียดการเรียกเอกสารและข้อสงสัยในประเด็นกฎหมาย
ปัญหาสำคัญคือการที่ผลสอบของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าประธาน กสทช. ไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ทางฝั่งคุณลิซ่ากลับมองว่าข้อมูลนี้มีความย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการดังนี้:
- เรียกประชุม กมธ. การพัฒนาการเมือง ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้า
- กดดันให้มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเผยเอกสารสอบสวนข้อเท็จจริงฉบับเต็ม
- หากมหาวิทยาลัยปฏิเสธ ทาง กมธ. พร้อมจี้ไปยังกระทรวง อว. ให้ร่วมรับผิดชอบและส่งเอกสารชี้แจงโดยด่วน
ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการที่ กมธ. ตั้งคำถามต่อกระบวนการตรวจสอบของสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ว่าทำไมผลสรุปถึงได้คลาดเคลื่อนไปจากหลักฐานที่ทางฝ่ายค้านตรวจพบ ซึ่งหากปล่อยให้ความคลุมเครือนี้คงอยู่ต่อไป ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของ กสทช. ได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องจับตากันต่อไปว่า ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ จะมีเอกสารสำคัญถูกเปิดเผยออกมาหรือไม่ และทิศทางของคณะกรรมการสรรหา กสทช. จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเผชิญกับแรงกดดันเชิงกฎหมายเช่นนี้ การมีองค์กรอิสระที่โปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตย หากข้อมูลที่พูดถึงในหัวข้อ ลิซ่ายันหลักฐานชัด ปธ.กสทช.ขาดคุณสมบัติ จี้มหิดลเปิดข้อมูล นั้นเป็นความจริง การดำเนินการให้ถูกต้องตามครรลองกฎหมายก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง
ที่มา – “ลิซ่า” ยันหลักฐานชัด “ปธ.กสทช.” ขาดคุณสมบัติ จี้ “มหิดล” ส่งเอกสารสอบสวนข้อเท็จจริง


