ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ล่าสุด น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยแสดงความเห็นสนับสนุนแนวทางของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในการปฏิรูประบบราชการ พร้อมนำเสนอโมเดลการจัดตั้ง ศศิกานต์หนุนตั้งศาลที่ดิน แก้ข้อพิพาทรัฐ-ประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อหวังให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ทำไมเราถึงต้องการ ศศิกานต์หนุนตั้งศาลที่ดิน แก้ข้อพิพาทรัฐ-ประชาชน
ในปัจจุบัน ประชาชนจำนวนมากกำลังประสบปัญหาหนักอก ทั้งการถูกฟ้องร้องเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยมานับสิบปี หรือปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ แม้จะมีเอกสารสิทธิในมือ แต่หน่วยงานรัฐกลับตีความแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดความสับสนและเสียเวลาในกระบวนการยุติธรรมนานหลายปี การผลักดันให้เกิด ศศิกานต์หนุนตั้งศาลที่ดิน แก้ข้อพิพาทรัฐ-ประชาชน จึงถือเป็นทางออกที่ตรงจุดที่สุด
ข้อดีของการปฏิรูปสู่ศาลเฉพาะทาง
การจัดตั้งศาลที่ดินจะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการแก้ปัญหาเดิมๆ ที่เคยเป็นไปอย่างล่าช้า โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:
- ระบบไต่สวนเชิงรุก: ศาลจะไม่ได้เพียงแค่รอฟังคำให้การ แต่จะมีบทบาทในการค้นหาข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องโดดเดี่ยวในการต่อสู้กับหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจเหนือกว่า
- ความรวดเร็วและเป็นธรรม: การมีผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายและฝ่ายพื้นที่มาร่วมตัดสิน จะช่วยให้การพิสูจน์สิทธิทำได้ไวขึ้น
- การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ: นอกจากช่วยประชาชนแล้ว ยังช่วยให้รัฐสามารถดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินตัวจริงได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของเอกสารสิทธิ แต่คือเรื่องของปากท้อง บ้านเรือน และความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องประชาชนไทย การที่ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมด้านที่ดิน จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบราชการไทยอีกครั้ง
ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยหวังว่าข้อเสนอเรื่องศาลที่ดินจะถูกผลักดันให้เป็นจริงในเร็ววัน เพื่อลดภาระของประชาชนและทำให้ที่ดินทำกินไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจอีกต่อไป
ที่มา – “ศศิกานต์” หนุน “ปกรณ์” ปฏิรูประบบราชการ เสนอจัดตั้ง “ศาลที่ดิน” แก้ข้อพิพาทรัฐ-ประชาชน


