สว.พิสิษฐ์ มั่นใจเวทีฝ่ายค้านไม่กระทบการตัดสินใจของ กกต.
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิด สำหรับความเคลื่อนไหวในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะท่าทีของ สว.พิสิษฐ์ มั่นใจเวทีฝ่ายค้านไม่กระทบการตัดสินใจของ กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องการทำงานของวุฒิสภาท่ามกลางกระแสข่าวการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. จำนวน 138 คน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของสภาสูงได้ในอนาคต
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงกำหนดการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งมีการวางกรอบไว้เบื้องต้น 2 วัน คือวันที่ 10-11 กันยายนนี้ โดยเชื่อมั่นว่าการทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากมีการเตรียมตัวและทำความเข้าใจเรื่องกรอบเวลาของ สว. ที่ลงชื่ออภิปรายไว้กว่า 46 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มุมมองต่อคดีฮั้ว สว. และความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ
เมื่อถูกถามถึงประเด็นร้อนแรงอย่างคดีการฮั้วเลือก สว. ที่อาจนำไปสู่การยุติการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกบางส่วน สว.พิสิษฐ์ มั่นใจเวทีฝ่ายค้านไม่กระทบการตัดสินใจของ กกต. โดยเขามองว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำงานตามระเบียบ หลักการ และกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่ยอมให้แรงกดดันจากกลุ่มการเมืองใดๆ มาชี้นำการตัดสินใจได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ในส่วนของวุฒิสภาก็ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำหน้าที่ในส่วนของตนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณากฎหมายสำคัญต่างๆ เช่น:
- ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานสำคัญ
- การยกเลิกศาลจังหวัดทหารเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้มากขึ้น
- การแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ 138 สว. กำลังถูกจับตามองนั้น ทางสภาฯ ยังคงไม่มีการหารือเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะต้องรอความชัดเจนจาก กกต. เสียก่อน หาก กกต. มีการส่งฟ้องและศาลฎีการับเรื่องไว้พิจารณา สมาชิกเหล่านั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของบ้านเมือง
สว.พิสิษฐ์ มั่นใจเวทีฝ่ายค้านไม่กระทบการตัดสินใจของ กกต. ในการทำหน้าที่ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า วุฒิสภาชุดปัจจุบันยังคงมุ่งเน้นไปที่การทำงานตามภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยมองว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่กระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระย่อมมีมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนรองรับอยู่แล้ว
บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือภาคประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าดูการทำงานขององค์กรตรวจสอบให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยในภาพรวม หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของทุกคนครับ
ที่มา – “สว.พิสิษฐ์”มั่นใจเวทีฝ่ายค้านไม่กระทบการตัดสินใจของ กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.


