“สว.พิสิษฐ์” ตีปี๊บผลงานวุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายเพิ่ม 5 ฉบับ ยังไม่พิจารณาพ.ร.บ.ประชามติเหตุต้องรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา แถลงถึงภาพรวมการทำงานของวุฒิสภา ว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 วุฒิสภาได้พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำคัญรวม 5 ฉบับ โดยมี 4 ฉบับเป็นร่างเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งวุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน นี้ คือ 1. ร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตัวร่วม, 2. ร่าง พ.ร.บ. การไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, 3. ร่าง พ.ร.บ. ท่าเรือแห่งประเทศไทย, 4. ร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน และ 5. ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อให้อำนาจกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สามารถออกและจำหน่าย สลาก กอช. หรือ หวยเกษียณได้ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้กับประชาชนในการออมทรัพย์มากขึ้น
สว.พิสิษฐ์ โชว์ผลงานวุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายเพิ่ม 5 ฉบับ
การที่ สว.พิสิษฐ์ โชว์ผลงานวุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายเพิ่ม 5 ฉบับ นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันกฎหมายที่มีความจำเป็นต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไปคือ ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งยังคงต้องรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน
สำหรับร่าง พ.ร.บ. ที่ได้รับการเห็นชอบทั้ง 5 ฉบับนั้น ครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการระบบตัวร่วม การขนส่งมวลชน การท่าเรือ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และการออมแห่งชาติ ซึ่งแต่ละฉบับล้วนมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
กฎหมายสำคัญที่ สว.พิสิษฐ์ โชว์ผลงานวุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายเพิ่ม 5 ฉบับ
- ร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตัวร่วม: มุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ร่าง พ.ร.บ. การไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย: ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งมวลชน
- ร่าง พ.ร.บ. ท่าเรือแห่งประเทศไทย: เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของท่าเรือไทย
- ร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน: ลดขั้นตอนและอุปสรรคในการติดต่อราชการ
- ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ: ส่งเสริมการออมเพื่อวัยเกษียณของประชาชน
รอศาลรธน.ชัดเจนเรื่องประชามติ
ส่วนการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมามีวาระสำคัญการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้แก่ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยที่ประชุมให้ความเห็นชอบ 135 งดออกเสียง 21 ไม่ลงคะแนน 1 ซึ่งเป็นคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา จึงถือว่าที่ประชุมวุฒิสภาให้ความเห็นชอบแก่ พล.ต.ท.สรายุทธ เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่ในวันที่ 16 ก.ย. 2568 นี้ วุฒิสภาจะมีการพิจารณาเรื่องด่วนคือร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง 2568 ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมของทั้ง 2 สภาพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมเข้าบรรจุในที่ประชุม
เมื่อถามว่า วุฒิสภาได้พูดคุยเรื่องประชามติหรือไม่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยว่า ควรทำประชามติกี่ครั้ง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ทางกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ต้องรอทางศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดออกมาก่อน แล้วค่อยมาคุยกันอีกที
การทำงานของวุฒิสภาชุดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพิจารณาและผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แม้ว่าจะมีประเด็นที่ต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานอื่น แต่ก็ยังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
สว.พิสิษฐ์ โชว์ผลงานวุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายเพิ่ม 5 ฉบับ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของวุฒิสภาในการกลั่นกรองกฎหมายและพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้กฎหมายที่ออกมามีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง
ที่มา – “สว.พิสิษฐ์” โชว์ผลงานวุฒิสภาเห็นชอบกฎหมายเพิ่ม 5 ฉบับ รอศาลรธน.ก่อนถกพ.ร.บ.ประชามติ


