สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด ทำบริการ 'คลาวด์' ของไมโครซอฟต์ขัดข้อง

สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด! กระทบ Azure

บริการคลาวด์ “อาซัวร์” ของบริษัท ไมโครซอฟต์ขัดข้อง หลังจากสายเคเบิลใต้ทะเลแดงถูกตัดขาด ทำให้การรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตขัดข้องในบางพื้นที่ เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมากที่พึ่งพาบริการคลาวด์ของไมโครซอฟท์ในการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 ก.ย. 2568 ว่า บริษัท ไมโครซอฟต์ หนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลกระบุ ผู้ใช้งานบริการคลาวด์ “อาซัวร์” (Azure) บางคนอาจเผชิญกับความล่าช้า เนื่องจากปัญหาด้านการรับส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่วิ่งผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง อันสืบเนื่องมาจาก สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด

ไมโครซอฟต์ไม่ได้อธิบายว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้สายเคเบิลใต้ทะเลเกิดความเสียหายดังกล่าว แต่เสริมว่า พวกเขาสามารถเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตไปยังเส้นทางอื่นได้แล้ว และย้ำว่า การรับส่งข้อมูล (traffic) ที่ไม่ได้ผ่านตะวันออกกลางจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา องค์กร “เน็ตบล็อกส์” (NetBlocks) ผู้สังเกตการณ์การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระบุว่า เหตุสายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด บริเวณทะเลแดงส่งผลกระทบต่อบริการอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศรวมถึงอินเดียและปากีสถาน

บริษัทโทรคมนาคมแห่งปากีสถาน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า จุดที่สายเคเบิลขาดอยู่ใกล้เมืองเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบีย และเตือนว่า บริการอินเทอร์เน็ตอาจได้รับผลกระทบในช่วงพีกของวัน

ทั้งนี้ สายเคเบิลใต้ทะเลถูกเรียกว่าเป็นกระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ต โดยมันสามารถได้รับความเสียหายจากหลายสาเหตุ เช่น สมอจากเรือลงไปเกี่ยวโดน หรืออาจเป็นการจงใจโจมตีซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ไม่กี่เดือนหลังสงครามในฉนวนกาซาปะทุขึ้น สายเคเบิลสื่อสารหลายสายในทะเลแดงจู่ๆ ก็ถูกตัดขาด ส่งผลกระทบต่อการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตระหว่างเอเชียกับยุโรป โดยกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่พวกเขาปฏิเสธ

สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด

เหตุการณ์ สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด ครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่เราพึ่งพาในชีวิตประจำวัน ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานบริการคลาวด์ของไมโครซอฟท์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสายเคเบิลใต้ทะเลขาด

ผลกระทบจากเหตุการณ์เช่นนี้อาจมีหลายด้าน ดังนี้:

  • ความล่าช้าในการเข้าถึงบริการออนไลน์ต่างๆ
  • ปัญหาในการทำธุรกรรมออนไลน์
  • การหยุดชะงักของระบบสื่อสาร
  • ความเสียหายต่อธุรกิจที่พึ่งพาบริการคลาวด์

การที่ไมโครซอฟท์สามารถแก้ไขปัญหาโดยการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลได้เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ องค์กรและธุรกิจต่างๆ ควรพิจารณาแผนสำรองสำหรับกรณีที่เกิดปัญหาในการเข้าถึงบริการคลาวด์ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเชื่อมต่อโลกอินเทอร์เน็ต การขาดหายไปหรือความเสียหายของสายเคเบิลเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกและการสื่อสารระหว่างประเทศ การป้องกันและบำรุงรักษาสายเคเบิลเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความเสถียรของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก

จากเหตุการณ์นี้ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการมีแผนสำรองและการกระจายความเสี่ยงในการพึ่งพาบริการคลาวด์เพียงผู้ให้บริการเดียว การเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายราย หรือการมีระบบสำรองข้อมูลภายในองค์กร อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ที่มา – สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด ทำบริการ “คลาวด์” ของไมโครซอฟต์ขัดข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: